4 แนวทางรับมือ เมื่อความสัมพันธ์พลิกผันจากหวานชื่นเป็นลงไม้ลงมือต่อกัน
- นิลุบล สุขวณิช
- May 28
- 1 min read

ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยใด ผู้เขียนก็มักจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงในความสัมพันธ์ทั้งฝ่ายชายเป็นผู้ลงมือทำร้ายฝ่ายหญิงและฝ่ายหญิงเป็นผู้ลงมือทำร้ายฝ่ายชาย ซึ่งจากข้อมูลทางสถิติของประเทศไทยพบข้อมูลว่าตั้งแต่ พ.ศ. 2559-2562 มีผู้หญิงไทยที่ไปเข้ารับบริการจากศูนย์พึ่งได้ กระทรวงสาธารณสุขในแต่ละปีอยู่ที่ 13,248-18,919 ราย
นอกจากนั้น มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลได้สรุปสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวจากข่าวปี พ.ศ.2565 ที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ พบว่าปี 2565 มีรายงานข่าวถึง 1,131 เหตุการณ์ เพิ่มขึ้นจากปี 2564 กว่า 3 เท่า โดยผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดก็คือภรรยาเสียชีวิตจากการถูกสามีฆ่าซึ่งมีถึง 534 ข่าวภายในปีเดียว
จากข้อมูลดังกล่าว ผู้เขียนจึงอยากนำเสนอแนวทางรับมือกับความสัมพันธ์ที่มีการลงไม้ลงมือต่อกันก่อนที่จะมันจะนำไปสู่ความสูญเสียไว้ในบทความนี้ค่ะ
ทำความเข้าใจให้ถูกต้องก่อนว่าไม่มีการลงไม้ลงมือครั้งไหนที่สมเหตุสมผล
สำนักงานสถิติแห่งชาติได้กล่าวถึงสาเหตุที่ผู้หญิงไทยยังคงถูกกระทำความรุนแรงอย่างต่อเนื่องเพราะคนไทยยังมีทัศนคติไม่ถูกต้องซึ่งมาจากบรรทัดฐานเรื่อง“ชายเป็นใหญ่”
โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติได้พบข้อมูลว่ามีสถานการณ์ 3 อันดับแรกที่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายไทยอายุ 15-49 ปีมองว่าเป็นเหตุสมควรให้สามีสามารถทำร้ายร่างกายภรรยาได้ก็คือ ออกจากบ้านโดยไม่บอกสามี ไม่เอาใจใส่ดูแลบุตร และโต้เถียง/ทะเลาะกับสามี
แต่ในความเป็นจริงแล้วการทำร้ายร่างกายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายไม่ว่าจะในกรณีที่สามีทำร้ายร่างกายภรรยาหรือภรรยาทำร้ายสามี ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ถูกคนรักทำร้ายร่างกายขอให้ทำความเข้าใจให้ถูกต้อง ไม่ว่าอีกฝ่ายจะยกเหตุผลใดที่ทำให้คุณรู้สึกว่าตนเองเป็นฝ่ายผิดหรือแม้คุณจะเป็นฝ่ายผิดจริงมันก็ไม่มีความผิดไหนที่สมควรแก่การถูกทำร้ายร่างกาย
เรียนรู้ที่จะอยู่กับความจริง
หลายคนที่ติดอยู่ในความสัมพันธ์เป็นพิษที่มีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นเพราะมีความหวังว่าคนรักอาจจะดีขึ้นเพราะพฤติกรรมความรุนแรงในครอบครัวจะมีอยู่ 3 ระยะ ได้แก่
ระยะเริ่มต้น (Build up phase)
โดยอาจจะเริ่มด้วยการข่มขู่ กล่าวหา ควบคุม และจะค่อย ๆ ทวีความรุนแรงมากขึ้น
ระยะระเบิดความรุนแรง (Explosion Phase)
เป็นระยะที่มีการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงออกมาซึ่งรวมถึงการทำร้ายร่างกาย
ระยะฮันนีมูน (Honey moon Phase)
คนรักอาจจะบอกว่าตนรู้สึกผิดหรือให้เหตุผลข้ออ้าง เช่น ที่ทำไปเพราะเมาเหล้า และหยุดทำพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ทำให้อีกฝ่ายมีความหวังว่าคนรักอาจจะดีขึ้นและเลือกที่จะยังอยู่ในความสัมพันธ์ ซึ่งสุดท้ายก็จะกลายเป็นการติดลูปอยู่ในวงจรของความสัมพันธ์กับคนรักที่ใช้ความรุนแรง
ดังนั้น การเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเป็นจริงสำคัญมาก ซึ่งความจริงนั้นก็คือคนรักที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงหรือทำร้ายร่างกายจะไม่มีวันเลิกทำพฤติกรรมดังกล่าว ยกเว้นว่า เขาจะสมัครใจที่จะเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมอย่างต่อเนื่องจากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาด้วยตัวของเขาเอง
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
การติดอยู่ในความสัมพันธ์เป็นพิษทุกรูปแบบนั้นไม่ได้มาจากการมีความคิดที่ไม่ฉลาดแต่มันมักจะมาจากสาเหตุที่มีความซับซ้อน เช่น มีรูปแบบความผูกพันที่ดึงดูดกัน อยู่ในความสัมพันธ์ที่ทำให้เกิดความเชื่อว่าตนจำเป็นต้องพึ่งพิงอีกฝ่ายจนไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อได้อย่างไรหากต้องแยกทางกัน
มีบาดแผลทางใจในวัยเด็กที่ส่งผลต่อการคิดและการตัดสินใจ ฯลฯ ซึ่งความซับซ้อนของกระบวนการทางจิตใจเหล่านั้นมักส่งผลให้ออกจากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษได้ยาก และแม้ในจุดหนึ่งฝ่ายที่ถูกทำร้ายร่างกายจะมีการตัดสินใจที่เหมือนจะเด็ดเดี่ยวว่าต้องการออกจากความสัมพันธ์
แต่ก็พบว่ามีหลายกรณีที่ผู้เสียหายเปลี่ยนใจในภายหลัง เช่น จากที่ได้ไปแจ้งความและตัดสินใจว่าจะเลิกกันอย่างเด็ดขาดก็กลายเป็นเปลี่ยนใจขอถอนการแจ้งความแล้วกลับไปอยู่กับคนรักอีกครั้งจากนั้นก็ถูกทำร้ายร่างกายซ้ำ ๆ เหมือนติดอยู่ในลูปที่ไม่สามารถเอาตัวเองออกมาได้
การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาจึงมีส่วนช่วยอย่างมากในการที่จะช่วยเหลือให้ผู้ถูกกระทำสามารถเกิดการตระหนักรู้และพาตัวเองให้ก้าวผ่านปัญหาที่เกิดขึ้นได้
มองหาความช่วยเหลือ
แน่นอนว่าการทำร้ายร่างกายกันนั้นเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายจึงมักต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมาเกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ ทนายความ นักสังคมสงเคราะห์ เป็นต้น ซึ่งการจะเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายด้วยตัวเองนั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ง่ายสำหรับทุกคน
โดยเฉพาะกลุ่มที่ถูกอีกฝ่ายข่มขู่คุกคามจนทำให้เกิดความหวาดกลัวหรือถูกทำให้เชื่อว่าตนเองเป็นบุคคลที่ไร้คุณค่าความสามารถ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกไม่มั่นใจว่าตนเองจะสามารถดำเนินการทางกฎหมายด้วยตัวเองได้ก็สามารถมองหาความเหลือผ่านองค์กรต่าง ๆ
เพื่อให้คุณไม่เกิดความรู้สึกว่าตนเองต้องเผชิญปัญหาอย่างโดดเดี่ยว เช่น ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 หรือทางไลน์ ESS Help me ปักหมุดหยุดเหตุ รวมถึงคุณสามารถสอบถามช่องทางในการรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้จากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาของคุณก็ได้นะคะ
ความรักที่มีการทำร้ายกัน ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ ไม่ใช่เรื่องที่ควรถูกมองว่า “เป็นเรื่องปกติของคู่รัก” เพราะไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีความรัก และความผูกพัน ควรต้องแลกมาด้วยความหวาดกลัวหรือความเจ็บปวดซ้ำ ๆ
และหลายครั้ง คนที่ติดอยู่ในความสัมพันธ์ลักษณะนี้ ก็ไม่ได้อ่อนแอหรือไม่รักตัวเอง แต่กำลังติดอยู่ในวงจรทางอารมณ์ ความผูกพัน และบาดแผลภายในที่ซับซ้อนกว่าที่คนภายนอกมองเห็น
หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเผชิญปัญหาความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรง ความควบคุม หรือความทุกข์ใจ iSTRONG มีบริการดูแลสุขภาพใจคู่รักและความสัมพันธ์ (Couples & Relationship Counseling) โดยนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้คุณได้สำรวจความสัมพันธ์ เข้าใจรูปแบบทางอารมณ์ของตนเอง และค้นหาทางออกที่ปลอดภัยต่อทั้งหัวใจและชีวิตของคุณ
เพราะเราเชื่อว่าความรักที่ดี ไม่ควรทำให้คุณต้องสูญเสียคุณค่าของตัวเองไป 💜
iSTRONG Mental Health
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร
บริการของเรา
บุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5
คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U
องค์กร
บริการดูแลสุขภาพใจพนักงาน : https://cutt.ly/KtkKwjXg
ติดต่อ
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
บทความที่เกี่ยวข้อง
อ้างอิง
สำนักงานสถิติแห่งชาติ (มปป).
สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย.
มูลนิธิชายหญิงก้าวไกล (2024).
รายงานสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ปี 2565.
มูลนิธิชายหญิงก้าวไกล (2025).
รายงานสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ปี 2566.
กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว.
STOP❌รวมพลังหยุดความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว "ไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉยไม่กระทำความรุนแรง ต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัวทุกรูปแบบ.
ระบบให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้ปฏิบัติงานคุ้มครองเด็กและผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว (2022).
#กรณีศึกษา “ภรรยาแจ้งความสามีทำร้าย”.
ประวัติผู้เขียน
นิลุบล สุขวณิช (เฟิร์น) ประวัติการศึกษา: จบปริญญาโทสาขาจิตวิทยาการปรึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ปริญญาตรีสาขาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีประสบการณ์ทำงานเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเป็นเวลา 11 ปี ปัจจุบันเป็นนักเขียนบทความให้กับ ISTRONG
Nilubon Sukawanich (Fern) Educational background: Master's degree in Counseling Psychology from Chiang Mai University, Bachelor's degree in Psychology from Chiang Mai University. With 11 years of experience working as a counseling psychologist at a university. Currently working as a content writer for ISTRONG.
