top of page

4 แนวทางรับมือ เมื่อความสัมพันธ์พลิกผันจากหวานชื่นเป็นลงไม้ลงมือต่อกัน

iSTRONG 4 แนวทางรับมือ เมื่อความสัมพันธ์พลิกผันจากหวานชื่นเป็นลงไม้ลงมือต่อกัน

ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยใด ผู้เขียนก็มักจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงในความสัมพันธ์ทั้งฝ่ายชายเป็นผู้ลงมือทำร้ายฝ่ายหญิงและฝ่ายหญิงเป็นผู้ลงมือทำร้ายฝ่ายชาย ซึ่งจากข้อมูลทางสถิติของประเทศไทยพบข้อมูลว่าตั้งแต่ พ.ศ. 2559-2562 มีผู้หญิงไทยที่ไปเข้ารับบริการจากศูนย์พึ่งได้ กระทรวงสาธารณสุขในแต่ละปีอยู่ที่ 13,248-18,919 ราย


นอกจากนั้น มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลได้สรุปสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวจากข่าวปี พ.ศ.2565 ที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ พบว่าปี 2565 มีรายงานข่าวถึง 1,131 เหตุการณ์ เพิ่มขึ้นจากปี 2564 กว่า 3 เท่า โดยผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุดก็คือภรรยาเสียชีวิตจากการถูกสามีฆ่าซึ่งมีถึง 534 ข่าวภายในปีเดียว


จากข้อมูลดังกล่าว ผู้เขียนจึงอยากนำเสนอแนวทางรับมือกับความสัมพันธ์ที่มีการลงไม้ลงมือต่อกันก่อนที่จะมันจะนำไปสู่ความสูญเสียไว้ในบทความนี้ค่ะ 


  1. ทำความเข้าใจให้ถูกต้องก่อนว่าไม่มีการลงไม้ลงมือครั้งไหนที่สมเหตุสมผล

    สำนักงานสถิติแห่งชาติได้กล่าวถึงสาเหตุที่ผู้หญิงไทยยังคงถูกกระทำความรุนแรงอย่างต่อเนื่องเพราะคนไทยยังมีทัศนคติไม่ถูกต้องซึ่งมาจากบรรทัดฐานเรื่อง“ชายเป็นใหญ่”


    โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติได้พบข้อมูลว่ามีสถานการณ์ 3 อันดับแรกที่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายไทยอายุ 15-49 ปีมองว่าเป็นเหตุสมควรให้สามีสามารถทำร้ายร่างกายภรรยาได้ก็คือ ออกจากบ้านโดยไม่บอกสามี ไม่เอาใจใส่ดูแลบุตร และโต้เถียง/ทะเลาะกับสามี


    แต่ในความเป็นจริงแล้วการทำร้ายร่างกายเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายไม่ว่าจะในกรณีที่สามีทำร้ายร่างกายภรรยาหรือภรรยาทำร้ายสามี ดังนั้น หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ถูกคนรักทำร้ายร่างกายขอให้ทำความเข้าใจให้ถูกต้อง ไม่ว่าอีกฝ่ายจะยกเหตุผลใดที่ทำให้คุณรู้สึกว่าตนเองเป็นฝ่ายผิดหรือแม้คุณจะเป็นฝ่ายผิดจริงมันก็ไม่มีความผิดไหนที่สมควรแก่การถูกทำร้ายร่างกาย 


  1. เรียนรู้ที่จะอยู่กับความจริง

    หลายคนที่ติดอยู่ในความสัมพันธ์เป็นพิษที่มีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นเพราะมีความหวังว่าคนรักอาจจะดีขึ้นเพราะพฤติกรรมความรุนแรงในครอบครัวจะมีอยู่ 3 ระยะ ได้แก่


    ระยะเริ่มต้น (Build up phase)

    โดยอาจจะเริ่มด้วยการข่มขู่ กล่าวหา ควบคุม และจะค่อย ๆ ทวีความรุนแรงมากขึ้น


    ระยะระเบิดความรุนแรง (Explosion Phase) 

    เป็นระยะที่มีการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงออกมาซึ่งรวมถึงการทำร้ายร่างกาย


    ระยะฮันนีมูน (Honey moon Phase) 

    คนรักอาจจะบอกว่าตนรู้สึกผิดหรือให้เหตุผลข้ออ้าง เช่น ที่ทำไปเพราะเมาเหล้า และหยุดทำพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ทำให้อีกฝ่ายมีความหวังว่าคนรักอาจจะดีขึ้นและเลือกที่จะยังอยู่ในความสัมพันธ์ ซึ่งสุดท้ายก็จะกลายเป็นการติดลูปอยู่ในวงจรของความสัมพันธ์กับคนรักที่ใช้ความรุนแรง 


    ดังนั้น การเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเป็นจริงสำคัญมาก ซึ่งความจริงนั้นก็คือคนรักที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงหรือทำร้ายร่างกายจะไม่มีวันเลิกทำพฤติกรรมดังกล่าว ยกเว้นว่า เขาจะสมัครใจที่จะเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสมอย่างต่อเนื่องจากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาด้วยตัวของเขาเอง


  1. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

    การติดอยู่ในความสัมพันธ์เป็นพิษทุกรูปแบบนั้นไม่ได้มาจากการมีความคิดที่ไม่ฉลาดแต่มันมักจะมาจากสาเหตุที่มีความซับซ้อน เช่น มีรูปแบบความผูกพันที่ดึงดูดกัน อยู่ในความสัมพันธ์ที่ทำให้เกิดความเชื่อว่าตนจำเป็นต้องพึ่งพิงอีกฝ่ายจนไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อได้อย่างไรหากต้องแยกทางกัน


    มีบาดแผลทางใจในวัยเด็กที่ส่งผลต่อการคิดและการตัดสินใจ ฯลฯ ซึ่งความซับซ้อนของกระบวนการทางจิตใจเหล่านั้นมักส่งผลให้ออกจากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษได้ยาก และแม้ในจุดหนึ่งฝ่ายที่ถูกทำร้ายร่างกายจะมีการตัดสินใจที่เหมือนจะเด็ดเดี่ยวว่าต้องการออกจากความสัมพันธ์


    แต่ก็พบว่ามีหลายกรณีที่ผู้เสียหายเปลี่ยนใจในภายหลัง เช่น จากที่ได้ไปแจ้งความและตัดสินใจว่าจะเลิกกันอย่างเด็ดขาดก็กลายเป็นเปลี่ยนใจขอถอนการแจ้งความแล้วกลับไปอยู่กับคนรักอีกครั้งจากนั้นก็ถูกทำร้ายร่างกายซ้ำ ๆ เหมือนติดอยู่ในลูปที่ไม่สามารถเอาตัวเองออกมาได้


    การปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาจึงมีส่วนช่วยอย่างมากในการที่จะช่วยเหลือให้ผู้ถูกกระทำสามารถเกิดการตระหนักรู้และพาตัวเองให้ก้าวผ่านปัญหาที่เกิดขึ้นได้ 


  1. มองหาความช่วยเหลือ

    แน่นอนว่าการทำร้ายร่างกายกันนั้นเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมายจึงมักต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมาเกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ ทนายความ นักสังคมสงเคราะห์ เป็นต้น ซึ่งการจะเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายด้วยตัวเองนั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ง่ายสำหรับทุกคน


    โดยเฉพาะกลุ่มที่ถูกอีกฝ่ายข่มขู่คุกคามจนทำให้เกิดความหวาดกลัวหรือถูกทำให้เชื่อว่าตนเองเป็นบุคคลที่ไร้คุณค่าความสามารถ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกไม่มั่นใจว่าตนเองจะสามารถดำเนินการทางกฎหมายด้วยตัวเองได้ก็สามารถมองหาความเหลือผ่านองค์กรต่าง ๆ


    เพื่อให้คุณไม่เกิดความรู้สึกว่าตนเองต้องเผชิญปัญหาอย่างโดดเดี่ยว เช่น ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 หรือทางไลน์ ESS Help me ปักหมุดหยุดเหตุ รวมถึงคุณสามารถสอบถามช่องทางในการรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้จากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาของคุณก็ได้นะคะ


ความรักที่มีการทำร้ายกัน ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ ไม่ใช่เรื่องที่ควรถูกมองว่า “เป็นเรื่องปกติของคู่รัก” เพราะไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีความรัก และความผูกพัน ควรต้องแลกมาด้วยความหวาดกลัวหรือความเจ็บปวดซ้ำ ๆ


และหลายครั้ง คนที่ติดอยู่ในความสัมพันธ์ลักษณะนี้ ก็ไม่ได้อ่อนแอหรือไม่รักตัวเอง แต่กำลังติดอยู่ในวงจรทางอารมณ์ ความผูกพัน และบาดแผลภายในที่ซับซ้อนกว่าที่คนภายนอกมองเห็น


หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเผชิญปัญหาความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรง ความควบคุม หรือความทุกข์ใจ iSTRONG มีบริการดูแลสุขภาพใจคู่รักและความสัมพันธ์ (Couples & Relationship Counseling) โดยนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้คุณได้สำรวจความสัมพันธ์ เข้าใจรูปแบบทางอารมณ์ของตนเอง และค้นหาทางออกที่ปลอดภัยต่อทั้งหัวใจและชีวิตของคุณ


เพราะเราเชื่อว่าความรักที่ดี ไม่ควรทำให้คุณต้องสูญเสียคุณค่าของตัวเองไป 💜


iSTRONG Mental Health

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร


บริการของเรา

บุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5

  • คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U

องค์กร

ติดต่อ

  • โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong

บทความที่เกี่ยวข้อง 

อ้างอิง  

สำนักงานสถิติแห่งชาติ (มปป).

สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย.


มูลนิธิชายหญิงก้าวไกล (2024).

รายงานสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ปี 2565.


มูลนิธิชายหญิงก้าวไกล (2025).

รายงานสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ปี 2566.


กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว.

STOP❌รวมพลังหยุดความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว "ไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉยไม่กระทำความรุนแรง ต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัวทุกรูปแบบ.


ระบบให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้ปฏิบัติงานคุ้มครองเด็กและผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว (2022).

#กรณีศึกษา “ภรรยาแจ้งความสามีทำร้าย”.


ประวัติผู้เขียน

นิลุบล สุขวณิช (เฟิร์น) ประวัติการศึกษา: จบปริญญาโทสาขาจิตวิทยาการปรึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ปริญญาตรีสาขาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีประสบการณ์ทำงานเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเป็นเวลา 11 ปี ปัจจุบันเป็นนักเขียนบทความให้กับ ISTRONG


Nilubon Sukawanich (Fern) Educational background: Master's degree in Counseling Psychology from Chiang Mai University, Bachelor's degree in Psychology from Chiang Mai University. With 11 years of experience working as a counseling psychologist at a university. Currently working as a content writer for ISTRONG.


iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2026 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page