top of page

เบื้องลึกของพ่อแม่ที่ตะโกนใส่ลูกคืออะไร? ชวนทำความเข้าใจเพื่อไปสู่การเปลี่ยนแปลง

iSTRONG เบื้องลึกของพ่อแม่ที่ตะโกนใส่ลูกคืออะไร? ชวนทำความเข้าใจเพื่อไปสู่การเปลี่ยนแปลง

 แม้ว่าพ่อแม่เกือบทุกคนจะรู้ว่าการตะโกน ตะคอก หรือขึ้นเสียงใส่ลูกนั้นเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อพัฒนาการของลูกเลย แต่ก็พบว่าพ่อแม่หลายคนไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองให้ไม่ตะโกนใส่ลูกได้ และส่วนใหญ่ก็มักจะนึกเสียใจในภายหลังว่าไม่น่าทำลงไปเลย


ซึ่งในหลายครั้งสาเหตุที่ทำให้พ่อแม่ตะโกนใส่ลูกนั้นไม่ได้มาจากพ่อแม่เป็นคนนิสัยไม่ดี แต่มักเกิดขึ้นจากปัจจัยต่าง ๆ ภายในสภาพจิตใจของพ่อแม่เอง หากพ่อแม่ได้รับความช่วยเหลือในส่วนนั้นอย่างถูกต้องก็จะสามารถลดหรือเลิกพฤติกรรมตะโกนใส่ลูกได้ในที่สุด


ทำไมพ่อแม่บางคนถึงตะโกนใส่ลูก?

ในความเป็นจริงแล้วพ่อแม่ก็เป็นเพียงมนุษย์ที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบจึงมีบ้างที่อาจจะเผลอทำสิ่งผิดพลาดไป โดยเหตุผลที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ตะโกนใส่ลูก มักมาจากในตอนนั้นพ่อแม่กำลังรู้สึกท่วมท้นหรือรู้สึกว่ามีอะไรที่ต้องจัดการมากเกินไปจนไม่สามารถรับมือได้


รู้สึกไม่พอใจหรือผิดหวังเมื่อไม่สามารถทำสิ่งที่ต้องการได้ รู้สึกต้องเผชิญกับอุปสรรคที่ทำให้รู้สึกท้อแท้หมดกำลังใจ รวมถึงรู้สึกหงุดหงิดหรือไม่สามารถรอได้เพราะต้องการให้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นเร็วขึ้นหรือไม่สามารถทนต่อสถานการณ์ที่ช้าเกินไป แต่ก็มีพ่อแม่อยู่บ้างจำนวนหนึ่งที่คิดว่าวิธีการตะโกนใส่ลูกมันได้ผล หรือบางคนก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีทางเลือกอื่น


ผลเสียของการตะโกนใส่ลูก

  1. ส่งผลต่อกระบวนการเรียนรู้ของลูก

    การตะโกนมักแฝงมากับการปลดปล่อยความโกรธ (ของพ่อแม่) แต่ไม่ได้ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมของลูก Laura Markham นักจิตวิทยาคลินิกกล่าวว่าเมื่อลูกเกิดความรู้สึกกลัว ลูกจะเข้าสู่โหมด “สู้หรือหนี”


    ซึ่งจะทำให้ศูนย์การเรียนรู้ภายในสมองของลูกหยุดทำงานเพราะร่างกายของลูกจะเข้าสู่โหมดเตรียมรับมือกับภัยคุกคาม ในทางตรงข้าม การใช้ท่าทีที่สงบจะทำให้ลูกรู้สึกปลอดภัยและเรียนรู้ได้ดีกว่า


  2. ทำให้ลูกรู้สึกด้อยค่า

    การตะโกนใส่ลูกด้วยความโกรธก็เหมือนกับพ่อแม่เป็นค้อนที่มองเห็นลูกเป็นตะปู ในช่วงเวลานั้นลูกจะรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นศัตรูของพ่อแม่และจะรู้สึกว่าตัวเองด้อยค่า


  1. กระตุ้นให้ลูกรู้สึกวิตกกังวล

    เด็กที่ถูกตะโกนใส่บ่อย ๆ มักจะมีความรู้สึกวิตกกังวลสูงและอาจจะนำไปสู่การมีอาการของโรคซึมเศร้าได้


  2. ทำลายสัมพันธภาพ

    การตะโกนใส่ลูกจะทำให้ความสัมพันธ์ของพ่อแม่และลูกแย่ลง โดยลูกอาจจะมีกำแพงหรือตัดขาดตัวเองจากพ่อแม่


  3. ส่งผลเสียระยะยาว

    การตะโกนใส่ลูกจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีผลการเรียนที่ลดลง การมีปัญหาพฤติกรรม และการมีพฤติกรรมผิดกฎหมาย


  4. เป็นการสื่อสารที่ขาดประสิทธิภาพ

    เป็นการยากที่ลูกจะเรียนรู้วิธีการควบคุมอารมณ์ของตัวเองจากพ่อแม่ที่ไม่ได้เป็นแบบอย่าง และการตะโกนใส่ลูกยังไปกระตุ้นการทำงานของ “mirror neurons” ซึ่งจะทำให้ลูกเลียนแบบพฤติกรรมตะโกนขึ้นเสียงจากพ่อแม่


อย่างไรก็ตาม มันไม่มีประโยชน์ที่จะไปตำหนิหรือทำให้พ่อแม่ที่ตะโกนใส่ลูกรู้สึกผิด แต่สิ่งที่ควรทำมากกว่าก็คือทำความเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่และให้ความช่วยเหลืออย่างถูกต้อง เช่น ช่วยค้นหาสาเหตุของความเครียด ช่วยให้พ่อแม่มีการตระหนักรู้ในตนเองมากขึ้นโดยเฉพาะในเวลาที่ตัวเองรู้สึกท่วมท้น


แนวทางที่พ่อแม่ สามารถนำไปใช้เพื่อลดพฤติกรรมตะโกนใส่ลูก

  1. เดินออกมาสงบสติอารมณ์

    คิดทบทวนก่อนที่จะมีการทะเลาะกันเกิดขึ้น เมื่ออารมณ์สงบลงแล้วค่อยกลับไปคุยกับลูกเพื่อหาทางแก้ไขพฤติกรรมที่เป็นปัญหาของลูก


  2. อย่าเพิ่งโต้ตอบไปในทันที

    โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังรู้สึกถูกกระตุ้น (trigger) บางครั้งเรื่องที่ตะโกนใส่ลูกมันก็เป็นเรื่องหยุมหยิมที่ไม่ต้องรีบจัดการในตอนนั้น แต่ปัญหาคือความรู้สึกปั่นป่วนกระสับกระส่ายของพ่อแม่เองที่ทำให้รู้สึกว่ารอไม่ได้ แต่จริง ๆ แล้วมันรอได้

     

  3. ให้เวลาตัวเองได้ปรับใจหลังจากที่เพิ่งกลับถึงบ้าน

    พ่อแม่หลายคนมักจะทะเลาะกับลูกทันทีที่กลับถึงบ้าน วิธีการคือลองเปลี่ยนเป็นเมื่อกลับถึงบ้านแล้วเข้าห้องไปพักผ่อนใช้เวลากับตัวเองสักพักแล้วค่อยออกมาคุยกับลูก ซึ่งช่วงแรกลูกอาจจะไม่ชิน แต่ในที่สุดลูกก็จะเรียนรู้ที่จะให้พื้นที่กับพ่อแม่ในช่วงที่พ่อแม่เพิ่งกลับถึงบ้าน


  4. เตรียมใจให้พร้อมรับสิ่งที่กระตุ้นความหงุดหงิด

    ทุกคนมีสิ่งกระตุ้นในแบบของตัวเอง การรู้ว่าอะไรคือสิ่งกระตุ้นของตัวเองจึงมีประโยชน์มาก เช่น ลูกเอาเท้าขึ้นมาบนโซฟา ลูกเถียง หรือลูกทำบ้านรก พยายามสำรวจว่าตัวเองหงุดหงิดกับอะไรได้ง่ายเพื่อหาวิธีตอบสนองที่มีประสิทธิภาพต่อสิ่งกระตุ้นเหล่านั้น


  5. ขอความช่วยเหลือจากคนอื่น

    โดยอาจจะเป็นเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่คุณรู้สึกไว้วางใจที่จะเล่าให้ฟัง หรือรับบริการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต


  6. ขอโทษลูกที่เผลอตะโกนใส่ลูกไป

    มันไม่เป็นไรเลยที่พ่อแม่จะเป็นฝ่ายขอโทษลูกเวลาที่พ่อแม่เป็นฝ่ายผิด ซึ่งการขอโทษนั้นไม่ได้ทำไปเพราะว่าต้องการให้ลูกอภัยให้ แต่เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่พ่อแม่ทำผิดพลาดไป ในขณะเดียวกันพ่อแม่ก็ต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดและพยายามแก้ไขพฤติกรรมของตัวเองให้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน


ทั้งนี้ ขอเพิ่มเติมว่าในบางครั้งพฤติกรรมตะโกนใส่ลูกอาจจะจัดการได้ยากในพ่อแม่บางคน โดยมันอาจจะมีที่มาจากพ่อแม่เคยมีประสบการณ์ในอดีตที่ส่งผลให้เป็นคนที่ระเบิดอารมณ์ออกมาได้ง่าย และมันก็ไม่ง่ายเลยที่จะรู้ว่าตัวเองถูกกระตุ้น (trigger) จากอะไรได้ง่าย ทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับคนที่พยายามสงบสติตัวเองแล้วไม่ได้ผลจึงอาจจะเป็นการปรึกษานักจิตบำบัดเพื่อค้นหาและแก้ไขปัญหาที่แท้จริงของพฤติกรรมตัวเอง 


เมื่อการพยายามด้วยตัวเองยังไม่เพียงพอ การขอความช่วยเหลือ ไม่ใช่เรื่องล้มเหลว

การตะโกนใส่ลูกไม่ใช่เรื่องที่พ่อแม่ตั้งใจจะทำและในหลายกรณี มันไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงดูที่ผิดแต่เกิดจากความเครียด ความเหนื่อยล้า หรือบาดแผลทางใจบางอย่างที่สะสมมานานโดยไม่รู้ตัว


สำหรับพ่อแม่บางคน ต่อให้พยายามควบคุมอารมณ์แล้วแต่ก็ยังรู้สึกว่า “ทำไม่ได้จริง ๆ” หรือไม่แน่ใจว่าตัวเองถูกกระตุ้นจากอะไรการได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเช่น นักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองได้ลึกขึ้นและค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างปลอดภัยและยั่งยืน


การขอคำปรึกษาไม่ใช่การยอมแพ้ในบทบาทพ่อแม่แต่คือการดูแลใจของตัวเอง เพื่อจะได้ดูแลใจลูกได้ดีขึ้นในระยะยาว

หากคุณกำลังเผชิญความตึงเครียดในครอบครัวหรือรู้สึกว่าต้องการพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุย


เรามีบริการให้คำปรึกษาปัญหาครอบครัวโดยนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ที่พร้อมรับฟังและช่วยคุณอย่างเข้าใจ คลิก : บริการปรึกษาเรื่องครอบครัว

เพราะความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ดี เริ่มต้นจากการมีผู้ใหญ่ที่ได้รับการดูแลทางใจอย่างเหมาะสม

iSTRONG Mental Health

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร


บริการของเรา

บุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5

  • คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U

องค์กร

ติดต่อ

  • โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong

บทความที่เกี่ยวข้อง 

อ้างอิง:

The Truth About Parents Who Yell at Kids.

Tired of Yelling at Your Child? 6 Tips To Stop Screaming and Start Parenting Effectively.

6 Reasons Why Yelling at Kids Doesn't Actually Work.

ประวัติผู้เขียน

นิลุบล สุขวณิช (เฟิร์น) เคยมีประสบการณ์ทำงานเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาในมหาวิทยาลัยและเป็นวิทยากรเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิต/การพัฒนาตนเองให้แก่นักศึกษาเป็นเวลา 11 ปี ปัจจุบันเป็นนักเขียนบทความให้กับ ISTRONG และเป็นทาสแมวคนหนึ่ง


Nilubon Sukawanich (Fern) have had experience working as a counseling psychologist at a university and as a speaker on mental health issues and self-development for students for 11 years. Currently, I am a writer for ISTRONG and a cat slave.


iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2025 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page