top of page

ทำไมบางคนถึงเป็น "ที่ปรึกษาประจำกลุ่ม" เข้าใจจิตวิทยาที่ทำให้คน ไว้ใจเปิดใจปรึกษา


iSTRONG ทำไมบางคนถึงเป็น "ที่ปรึกษาประจำกลุ่ม" เข้าใจจิตวิทยาที่ทำให้คน ไว้ใจเปิดใจปรึกษา

คุณอาจเป็นคนที่เพื่อนมาปรึกษาเสมอ ในทุกกลุ่มมักจะมีคนแบบหนึ่งอยู่เสมอ เป็นคนที่เพื่อนหรือคนรอบตัวเลือกจะมาคุยด้วยเวลามีปัญหาเวลามีเรื่องเครียด เพื่อนมักจะทักมาหาเวลามีปัญหาความสัมพันธ์ เพื่อนมักอยากเล่าให้ฟังเวลาต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญในชีวิต หลายคนก็มักจะมาถามความคิดเห็น บางคนพูดเล่น ๆ ว่า “ฉันไม่ได้เป็นนักจิตวิทยา แต่ทำไมทุกคนมาปรึกษาฉัน”


แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนที่เป็น “ที่ปรึกษาประจำกลุ่ม” มักเริ่มรู้สึกสองอย่างพร้อมกัน คือดีใจที่คนไว้ใจ แต่ก็เริ่มรู้สึกกดดันว่าควรพูดอะไรดี หลายครั้งเรากลัวว่าถ้าพูดผิดไปอาจทำให้คนที่มาปรึกษาแย่กว่าเดิมหรือบางครั้งเราก็รู้สึกเหนื่อย เพราะมีคนมาระบายกับเราตลอดเวลา คำถามสำคัญคือ ทำไมคนบางคนจึงกลายเป็น “คนที่คนอื่นไว้ใจให้เล่าเรื่องชีวิต” อยู่เสมอ


คนที่คนอื่นไว้ใจ มักมี “พื้นที่ปลอดภัย” โดยธรรมชาติ

ในทางจิตวิทยา มีแนวคิดสำคัญที่เรียกว่า Psychological Safety หรือความรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจ เมื่อมนุษย์รู้สึกว่าบทสนทนาหนึ่งปลอดภัย เขาจะกล้าพูดความจริง กล้าเล่าความรู้สึก และกล้าเปิดเผยความเปราะบางของตัวเอง


คนที่มักกลายเป็น “ที่ปรึกษาประจำกลุ่ม” มักมีลักษณะบางอย่างที่ทำให้คนอื่นรู้สึกปลอดภัย เช่น

• ฟังโดยไม่รีบตัดสิน

• ไม่รีบสรุปหรือวิจารณ์

• ไม่เอาเรื่องของคนอื่นไปเล่าต่อ

• แสดงความเข้าใจมากกว่าการสั่งสอน


แม้คนเหล่านี้จะไม่ได้ตั้งใจทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา แต่ท่าทีแบบนี้ทำให้คนอื่นรู้สึกว่า การคุยกับเขาเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตามการเป็นพื้นที่ปลอดภัยของคนอื่นไม่ได้หมายความว่าเราต้องแบกรับปัญหาของทุกคนไว้คนเดียว แต่หมายถึงการมีทักษะในการฟังและเข้าใจผู้คนอย่างเหมาะสม


4 เทคนิคจิตวิทยา ที่ทำให้คนรู้สึกปลอดภัยเวลาเล่าเรื่องกับคุณ

  1. ให้พื้นที่ในการเล่า โดยไม่รีบกำหนดทิศทางบทสนทนา

    เวลาคนกำลังเล่าเรื่องสำคัญ หลายครั้งเรามักเผลอพาบทสนทนาไปในทิศทางที่เราคิด เช่น รีบถามคำถามเพื่อหาสาเหตุ หรือพยายามหาทางออกเร็วเกินไป แต่ในกระบวนการให้คำปรึกษา สิ่งสำคัญคือการให้พื้นที่ผู้พูดได้เล่าเรื่องในจังหวะของตัวเอง การปล่อยให้เขาเล่าจนจบ โดยไม่รีบควบคุมบทสนทนา จะช่วยให้เรื่องราวที่สำคัญค่อย ๆ ปรากฏออกมา


  2. สังเกตอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ในคำพูด

    หลายครั้งสิ่งที่คนพูดออกมาอาจเป็นเพียง “เรื่องราว” แต่เบื้องหลังเรื่องราวนั้นมักมี “อารมณ์” ซ่อนอยู่ ตัวอย่างเช่น คนหนึ่งอาจเล่าว่า “ช่วงนี้งานเยอะมาก” แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในอาจเป็น

    • ความกดดัน

    • ความรู้สึกโดดเดี่ยว

    • ความกลัวว่าจะทำงานไม่ดีพอ


    การฝึกสังเกตอารมณ์ที่อยู่ใต้คำพูด จะช่วยให้บทสนทนาเข้าไปถึงแก่นของปัญหาได้มากขึ้น


  3. แยกการฟังออกจากการตัดสิน

    มนุษย์มีแนวโน้มที่จะประเมินสิ่งที่ได้ยินทันที เช่น

    “เขาคิดมากเกินไปหรือเปล่า”

    “เรื่องแค่นี้เอง”


    แต่ในบทสนทนาที่ลึกซึ้งการฟังอย่างเปิดใจโดยไม่รีบประเมินถูกผิด จะช่วยให้ผู้พูดรู้สึกว่าเขาสามารถพูดความจริงได้อย่างปลอดภัย


  4. สะท้อนภาพรวมของสิ่งที่ได้ยิน

    อีกหนึ่งเทคนิคสำคัญคือการสรุปสิ่งที่ได้ยินเป็นภาพรวม เช่น “ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด เหมือนคุณกำลังรู้สึกกดดันจากทั้งงานและความคาดหวังของทีมใช่ไหม” การสะท้อนภาพรวมแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดรู้สึกว่าเรื่องราวของเขาถูกเข้าใจจริง ๆ และยังช่วยให้เขามองเห็นสถานการณ์ของตัวเองชัดขึ้น


Case Study เมื่อการฟังทำให้คนค้นพบคำตอบของตัวเอง

คุณฟ้าเป็น HR ในองค์กรขนาดกลาง เธอมักเป็นคนที่พนักงานเข้ามาคุยด้วยเวลามีปัญหาเรื่องงานหรือความสัมพันธ์ในทีม

วันหนึ่งพนักงานคนหนึ่งเข้ามาคุยด้วย เขาบอกว่าเริ่มรู้สึกหมดไฟกับงาน และกำลังคิดว่าจะย้ายทีมดีหรือไม่ ในตอนแรกคุณฟ้าเกือบจะถามทันทีว่า “ทำไมถึงอยากย้ายทีม”


แต่เธอเลือกฟังต่อก่อน พนักงานคนนั้นเริ่มเล่าถึงความกดดันจากโปรเจกต์ใหญ่ ความคาดหวังจากหัวหน้า และความรู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่มีพลังเหมือนเดิม คุณฟ้าเพียงตอบว่า “ฟังดูเหมือนช่วงนี้คุณต้องรับแรงกดดันหลายด้านพร้อมกันเลยนะ” ประโยคสั้น ๆ นี้ทำให้เขาหยุดคิดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อว่า “จริง ๆ ผมไม่ได้อยากย้ายทีม แต่ผมแค่รู้สึกว่าผมกำลังเหนื่อยเกินไป”


หลังจากบทสนทนานั้น พนักงานคนนั้นเริ่มเห็นชัดขึ้นว่าปัญหาหลักไม่ใช่ทีม แต่เป็นภาระงานที่สะสมมากเกินไป สิ่งที่ช่วยให้เขาเห็นคำตอบของตัวเอง ไม่ใช่คำแนะนำของ HR แต่คือการที่มีคนฟังเขาอย่างตั้งใจ


การเป็นคนที่คนอื่นไว้ใจ คือทักษะที่พัฒนาได้

บางคนอาจมีความสามารถในการฟังและเข้าใจผู้คนโดยธรรมชาติ แต่ความจริงคือ ทักษะเหล่านี้สามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ การฟังอย่างลึกซึ้ง การเข้าใจอารมณ์ของผู้คน และการตั้งคำถามที่เหมาะสม สามารถเปลี่ยนบทสนทนาธรรมดาให้กลายเป็นบทสนทนาที่ช่วยให้ใครบางคนมองเห็นทางออกของชีวิตตัวเองและในโลกที่เต็มไปด้วยความเครียดจากงานและความสัมพันธ์ การมีคนที่ฟังอย่างเข้าใจ อาจเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่าที่เราคิด


ทักษะที่ทำให้คนรู้สึกปลอดภัยในการพูดคุย ไม่ได้เกิดจากบุคลิกเพียงอย่างเดียว

แต่เป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้และฝึกฝนได้ผ่านศาสตร์ของ จิตวิทยาการให้คำปรึกษา (Counseling Psychology)


ในหลักสูตรทักษะจิตวิทยาการให้คำปรึกษา จาก iSTRONG ผู้เรียนจะได้ฝึกทักษะสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจผู้คนได้ลึกขึ้น เช่น

  • การเรียนรู้กระบวนการให้คำปรึกษาแบบเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การเปิดบทสนทนาไปจนถึงการสรุปการสนทนา

  • การฝึกการฟังเชิงลึกและการสะท้อนความรู้สึก เพื่อให้ผู้พูดรู้สึกปลอดภัยในการเปิดใจ

  • การทำความเข้าใจอารมณ์ความต้องการและแรงจูงใจของผู้คน ที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรม

  • การเรียนรู้ผ่านกรณีศึกษาและการฝึกบทสนทนาในสถานการณ์จริง

  • การพัฒนาทักษะการสนทนาที่สามารถนำไปใช้ได้กับทั้งการทำงาน การดูแลทีม และความสัมพันธ์ในชีวิต


ผู้เรียนจำนวนมากพบว่า ทักษะเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้เขาเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น แต่ยังช่วยให้เข้าใจตัวเองและรับมือกับบทสนทนาที่ยากในชีวิตได้ดีขึ้นด้วย


นอกจากการเรียนในรูปแบบคอร์สสำหรับบุคคลทั่วไปแล้ว iSTRONG ยังมีบริการ In-house Training เพื่อพัฒนาทักษะด้านจิตวิทยากับการทำงานกับผู้คน สำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาทักษะการฟัง การสื่อสาร และการทำงานร่วมกันในทีม โดยสามารถออกแบบเนื้อหาให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กรได้


เพราะเมื่อคนในองค์กรมีทักษะในการเข้าใจผู้คนมากขึ้น บทสนทนาในที่ทำงานก็สามารถเปลี่ยนจากความตึงเครียด ไปสู่ความร่วมมือที่สร้างคุณค่าให้กับทั้งคนและองค์กร

iSTRONG Mental Health

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร


บริการของเรา

บุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5

  • คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U

องค์กร

ติดต่อ

โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong



iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2026 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page