ผู้นำเก่งงาน ไม่เก่งใจ เทคนิคจิตวิทยา ทำอย่างไรให้ได้หัวใจทีม
- iStrong team
- Sep 25
- 2 min read

หลายองค์กรมักมีหัวหน้าที่เก่งมากในเชิงงาน วางแผนเก่ง แก้ปัญหาเฉียบขาด แต่สิ่งสำคัญอย่างนึงที่ขาดไปคือ “ทักษะด้านคน” ผลที่ตามมาคือทีมทำงานด้วยความกลัว ไม่ใช่ด้วยความสมัครใจ และนั่นอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานและประสิทธิภาพขององค์กรลดลงในระยะยาวได้เลย
งานวิจัยของ Gallup ชี้ว่า 70% ของความผูกพัน (engagement) ของพนักงานขึ้นอยู่กับหัวหน้าโดยตรง ถ้าหัวหน้าสื่อสารแบบสั่งการอย่างเดียว ลูกน้องจะรู้สึกว่า “ฉันเป็นแค่คนทำงาน ไม่ใช่คนสำคัญของทีม” และเมื่อทีมรู้สึกไร้ค่า พวกเขาก็จะไม่ใส่ใจ ไม่เสนอความคิดใหม่ ๆ และในที่สุดก็ลาออกค่ะ
นี่คือปัญหาของผู้นำยุคใหม่ที่เก่งงาน แต่ไม่เก่งคน และกำลังทำให้ทีมสูญเสียศักยภาพไปอย่างเงียบ ๆ
จิตวิทยาที่เปลี่ยน “เจ้านาย” ให้เป็น “ผู้นำที่ทีมอยากเดินตาม”
การเป็นผู้นำที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เก่งงาน แต่ต้องทำให้ทีม “อยาก” เดินตามด้วยใจ และสิ่งนี้เกิดขึ้นจากการเพิ่มทักษะทางด้าน "คน" หรือทักษะทางด้าน "จิตวิทยาคน" ซึ่งทักษะที่สำคัญทักษะหนึ่ง คือทักษะ "การให้คำปรึกษา" ค่ะ ซึ่งทักษะการให้คำปรึกษาเป็นทักษะที่ใช้ทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงาน ได้แก่ การฟัง การเข้าใจ และการสะท้อน ซึ่งไม่ใช่การสั่งงานเพียงอย่างเดียวค่ะ
หัวใจของผู้นำ ที่ได้ใจทีม
ทำให้ลูกน้องรู้สึกว่าเสียงของพวกเขามีค่า
สร้างบรรยากาศที่ลูกน้องกล้าเสนอความคิดเห็นโดยไม่กลัวถูกตำหนิ
แสดงให้ทีมเห็นว่า หัวหน้า “อยู่เคียงข้าง” ไม่ใช่ “ยืนอยู่เหนือ”
ใช้การฟังและคำถาม เพื่อทำให้ทีมรู้ว่าหัวหน้าเข้าใจจริง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่สั่งงาน
เมื่อผู้นำเปลี่ยนจาก “สั่ง” เป็น “ฟังและชวน” ทีมก็จะเปลี่ยนจาก “จำใจทำ” เป็น “อยากทำ” ค่ะ
เทคนิคจิตวิทยาที่ผู้นำใช้ได้จริง
Build Rapport ทำให้ทีมรู้สึกปลอดภัย
เริ่มจากสิ่งง่าย ๆ เช่น ทักทายด้วยรอยยิ้ม พูดคุยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนเริ่มงาน สิ่งเล็ก ๆ นี้ทำให้ทีมรู้สึกว่า หัวหน้าไม่ใช่แค่ “เจ้านาย” แต่เป็น “คนที่เข้าถึงได้”
Empathize ฟังความรู้สึก ไม่ใช่แค่เนื้องาน
เวลาลูกน้องบ่น อย่าเพิ่งตอบกลับด้วยคำว่า “ก็ต้องทำ” แต่ลองพูดว่า “เข้าใจนะว่างานนี้กดดันมาก เดี๋ยวเราช่วยหาทางออกด้วยกันเนอะ” การฟังเชิงเข้าใจทำให้ลูกน้องรู้สึกว่า หัวหน้ามองเห็นเขาเป็นมนุษย์ ไม่ใช่แค่ทรัพยากรค่ะ
Explore ถามให้ถึงต้นเหตุ
ปัญหาที่เห็นอาจไม่ใช่ปัญหาจริง เช่น ลูกน้องงานช้า อาจไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เพราะไม่มั่นใจในวิธีทำ ถ้าผู้นำถามลึกว่า “จริง ๆ แล้วอะไรทำให้คุณติดขัด” ทีมจะรู้สึกว่าได้รับการเข้าใจอย่างแท้จริง
Define & Reflect ทำให้ทีมรู้ว่าเสียงมีค่า
เวลาทีมเสนอความคิดเห็น หัวหน้าลองสะท้อนกลับ เช่น “สรุปว่าคุณอยากให้เราลองวิธีนี้ใช่ไหม” เพียงเท่านี้ ลูกน้องก็จะรู้ว่าเสียงของเขาถูกฟัง และทีมจะกล้าเสนอความคิดเห็นมากขึ้นค่ะ
ตัวอย่าง Case Study ผู้นำที่ทีมอยากเดินตาม
Case ที่ 1 : หัวหน้าที่ทีมไม่กล้าเสนอความเห็น
ในการประชุมทุกครั้งคุณเอมักพูดฝ่ายเดียว ไม่รับฟังใครเลย ทำให้ทีมไม่กล้าแสดงความเห็น จนงานเริ่มตัน เกิดปัญหาที่มองไม่เห็นมากมาย
ซึ่งหลังจากเปลี่ยนวิธี โดยคุณเอใช้การใช้ Empathize มากขึ้น แค่หลังพูดจบคุณเอถามน้อง ๆ ว่า “ในมุมของคุณ มีอะไรที่จะทำให้งานนี้ง่ายขึ้นได้บ้าง ไม่มีผิดถูกนะ ลองโยนไอเดียมาได้เลย” ทีมก็เริ่มกล้าเสนอไอเดียมากขึ้น ปัญหาน้อยลง และงานเดินเร็วขึ้นมาก
Case ที่ 2 : หัวหน้าที่สั่งเก่ง แต่ทีมหมดไฟ
คุณบี เป็นคนที่ทำงานเก่ง ละเอียดและแม่นยำมาก คุณบีมักจะสั่งงานละเอียดทุกขั้นตอนให้กับทีม และสั่งอยู่เรื่อย ๆ จนทีมรู้สึกว่ามันล้นและถูกควบคุมมากเกินไป ทำให้ทีมเกิดอาการหมดไฟไม่อยากจะทำงานไปตาม ๆ กัน ทำให้ส่งผลต่อทีมคุณบีอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อองค์กร
เมื่อคุณบีเริ่มเข้าใจปัญหาเลยทำการ Explore สำรวจที่มาของเรื่องนี้ด้วยการถามว่า “ตอนนี้ทีมเรามีปัญหา พี่รู้ว่าน้อง ๆ เหนื่อยมาก แต่แผนกเรางานก็ยังคงมีปัญหาอยู่ พี่อยากรู้ว่าสิ่งที่ทำให้เหนื่อยที่สุดจริง ๆ แล้วคืออะไร”
ลูกน้องตอบว่า “ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่งานเลย แต่คือวิธีสื่อสารที่กดดันเกินไป” ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจจะถูกต้องและตรงไปตรงมาก็จริง แต่มันทำให้ทีมรู้สึกเหนื่อยล้า หลังจากนั้นคุณบีเลยลองปรับวิธีพูด วิธีการสื่อสาร ผลลัพธ์คืองานก็ยังเยอะแล้วหนักเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ต่างไปคือทีมก็กลับมามีพลังและเต็มใจทำงานไปด้วยกันอีกครั้ง
ผู้นำคือคนที่ “ชวน” ไม่ใช่แค่ “สั่ง”
หัวหน้าที่ดีไม่ใช่แค่คนที่เก่งสั่ง แต่คือคนที่ทำให้ทีมอยากเดินตามด้วยใจ เมื่อผู้นำใช้ความเข้าใจมากขึ้น ใส่ใจมากขึ้น ใช้จิตวิทยาในการฟัง การถาม และการสะท้อน ทีมก็จะรู้สึกว่ามีคุณค่า และพร้อมเดินไปด้วยกัน
ผู้นำที่ดี ต้องเก่งทั้ง “งาน” และ “ใจ”
การเป็นผู้นำที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่การสั่งงานเก่ง แต่คือการทำให้ทีม “อยากเดินตาม” และนี่คือสิ่งที่ฝึกได้ในคอร์สจิตวิทยาจาก iSTRONG หลักสูตรทักษะจิตวิทยาการให้คำปรึกษา หลักสูตรจากผู้เชี่ยวชาญ ที่จะช่วยคุณพัฒนาทักษะจิตวิทยาได้จริง ในหลากหลายมิติ
ประโยชน์ต่อผู้นำ
ได้ทักษะการฟัง การถามและการสะท้อน ทำให้ทีมไว้วางใจ เปิดใจ
ลดความขัดแย้ง ทีมทำงานด้วยบรรยากาศที่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น
ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ยศเจ้านาย
ประโยชน์ต่อองค์กร
ทีมร่วมมือกันมากขึ้น ผลงานภาพรวมดีขึ้น เติบโตไปพร้อมกัน
ลดการลาออก เพราะทุกคนทำงานอย่างมองเห็นคุณค่า กันและกัน
วัฒนธรรมองค์กรแข็งแรงขึ้น เพราะผู้นำสร้างพื้นที่ปลอดภัย
จุดเด่นของหลักสูตรจิตวิทยาการให้คำปรึกษาจาก iSTRONG
คลาสเล็ก จำกัดจำนวน ดูแลใกล้ชิด เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทักษะจิตวิทยาอย่างเต็มที่
เน้นปฎิบัติฝึกจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี ได้ลองใช้ทักษะทันทีในห้องเรียน เรียนรู้ผ่านการฝึกฝนผ่านการลงมือปฎิบัติจริง
สอนโดยจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้รับการดูแล ให้คำแนะนำ จากผู้มีประสบการณ์ด้านจิตวิทยาโดยเฉพาะ
iSTRONG Mental Health
ผู้ดูแลสุขภาพใจให้กับบุคคล ครอบครัว และองค์กร
บริการของเรา
สำหรับบุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : http://bit.ly/3lmThUa
คอร์สฝึกอบรมทักษะด้านจิตวิทยา : http://bit.ly/3RQfQwS
สำหรับองค์กร
EAP โปรแกรมสำหรับองค์กร : http://bit.ly/3RLI8Z8
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
