top of page

ผู้นำเก่งงาน ไม่เก่งใจ เทคนิคจิตวิทยา ทำอย่างไรให้ได้หัวใจทีม


iSTRONG ผู้นำเก่งงาน ไม่เก่งใจ เทคนิคจิตวิทยา ทำอย่างไรให้ได้หัวใจทีม

หลายองค์กรมักมีหัวหน้าที่เก่งมากในเชิงงาน วางแผนเก่ง แก้ปัญหาเฉียบขาด แต่สิ่งสำคัญอย่างนึงที่ขาดไปคือ “ทักษะด้านคน” ผลที่ตามมาคือทีมทำงานด้วยความกลัว ไม่ใช่ด้วยความสมัครใจ และนั่นอาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานและประสิทธิภาพขององค์กรลดลงในระยะยาวได้เลย


งานวิจัยของ Gallup ชี้ว่า 70% ของความผูกพัน (engagement) ของพนักงานขึ้นอยู่กับหัวหน้าโดยตรง ถ้าหัวหน้าสื่อสารแบบสั่งการอย่างเดียว ลูกน้องจะรู้สึกว่า “ฉันเป็นแค่คนทำงาน ไม่ใช่คนสำคัญของทีม” และเมื่อทีมรู้สึกไร้ค่า พวกเขาก็จะไม่ใส่ใจ ไม่เสนอความคิดใหม่ ๆ และในที่สุดก็ลาออกค่ะ


นี่คือปัญหาของผู้นำยุคใหม่ที่เก่งงาน แต่ไม่เก่งคน และกำลังทำให้ทีมสูญเสียศักยภาพไปอย่างเงียบ ๆ


จิตวิทยาที่เปลี่ยน “เจ้านาย” ให้เป็น “ผู้นำที่ทีมอยากเดินตาม”

การเป็นผู้นำที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เก่งงาน แต่ต้องทำให้ทีม “อยาก” เดินตามด้วยใจ และสิ่งนี้เกิดขึ้นจากการเพิ่มทักษะทางด้าน "คน" หรือทักษะทางด้าน "จิตวิทยาคน" ซึ่งทักษะที่สำคัญทักษะหนึ่ง คือทักษะ "การให้คำปรึกษา" ค่ะ ซึ่งทักษะการให้คำปรึกษาเป็นทักษะที่ใช้ทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงาน ได้แก่ การฟัง การเข้าใจ และการสะท้อน ซึ่งไม่ใช่การสั่งงานเพียงอย่างเดียวค่ะ


หัวใจของผู้นำ ที่ได้ใจทีม

  • ทำให้ลูกน้องรู้สึกว่าเสียงของพวกเขามีค่า

  • สร้างบรรยากาศที่ลูกน้องกล้าเสนอความคิดเห็นโดยไม่กลัวถูกตำหนิ

  • แสดงให้ทีมเห็นว่า หัวหน้า “อยู่เคียงข้าง” ไม่ใช่ “ยืนอยู่เหนือ”

  • ใช้การฟังและคำถาม เพื่อทำให้ทีมรู้ว่าหัวหน้าเข้าใจจริง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่สั่งงาน


เมื่อผู้นำเปลี่ยนจาก “สั่ง” เป็น “ฟังและชวน” ทีมก็จะเปลี่ยนจาก “จำใจทำ” เป็น “อยากทำ” ค่ะ


เทคนิคจิตวิทยาที่ผู้นำใช้ได้จริง

  1. Build Rapport ทำให้ทีมรู้สึกปลอดภัย

    เริ่มจากสิ่งง่าย ๆ เช่น ทักทายด้วยรอยยิ้ม พูดคุยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนเริ่มงาน สิ่งเล็ก ๆ นี้ทำให้ทีมรู้สึกว่า หัวหน้าไม่ใช่แค่ “เจ้านาย” แต่เป็น “คนที่เข้าถึงได้”


  2. Empathize ฟังความรู้สึก ไม่ใช่แค่เนื้องาน

    เวลาลูกน้องบ่น อย่าเพิ่งตอบกลับด้วยคำว่า “ก็ต้องทำ” แต่ลองพูดว่า “เข้าใจนะว่างานนี้กดดันมาก เดี๋ยวเราช่วยหาทางออกด้วยกันเนอะ” การฟังเชิงเข้าใจทำให้ลูกน้องรู้สึกว่า หัวหน้ามองเห็นเขาเป็นมนุษย์ ไม่ใช่แค่ทรัพยากรค่ะ


  3. Explore ถามให้ถึงต้นเหตุ

    ปัญหาที่เห็นอาจไม่ใช่ปัญหาจริง เช่น ลูกน้องงานช้า อาจไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เพราะไม่มั่นใจในวิธีทำ ถ้าผู้นำถามลึกว่า “จริง ๆ แล้วอะไรทำให้คุณติดขัด” ทีมจะรู้สึกว่าได้รับการเข้าใจอย่างแท้จริง


  4. Define & Reflect ทำให้ทีมรู้ว่าเสียงมีค่า

    เวลาทีมเสนอความคิดเห็น หัวหน้าลองสะท้อนกลับ เช่น “สรุปว่าคุณอยากให้เราลองวิธีนี้ใช่ไหม” เพียงเท่านี้ ลูกน้องก็จะรู้ว่าเสียงของเขาถูกฟัง และทีมจะกล้าเสนอความคิดเห็นมากขึ้นค่ะ 


ตัวอย่าง Case Study ผู้นำที่ทีมอยากเดินตาม

Case ที่ 1 : หัวหน้าที่ทีมไม่กล้าเสนอความเห็น

ในการประชุมทุกครั้งคุณเอมักพูดฝ่ายเดียว ไม่รับฟังใครเลย ทำให้ทีมไม่กล้าแสดงความเห็น จนงานเริ่มตัน เกิดปัญหาที่มองไม่เห็นมากมาย


ซึ่งหลังจากเปลี่ยนวิธี โดยคุณเอใช้การใช้ Empathize มากขึ้น แค่หลังพูดจบคุณเอถามน้อง ๆ ว่า “ในมุมของคุณ มีอะไรที่จะทำให้งานนี้ง่ายขึ้นได้บ้าง ไม่มีผิดถูกนะ ลองโยนไอเดียมาได้เลย” ทีมก็เริ่มกล้าเสนอไอเดียมากขึ้น ปัญหาน้อยลง และงานเดินเร็วขึ้นมาก


Case ที่ 2 : หัวหน้าที่สั่งเก่ง แต่ทีมหมดไฟ

คุณบี เป็นคนที่ทำงานเก่ง ละเอียดและแม่นยำมาก คุณบีมักจะสั่งงานละเอียดทุกขั้นตอนให้กับทีม และสั่งอยู่เรื่อย ๆ จนทีมรู้สึกว่ามันล้นและถูกควบคุมมากเกินไป ทำให้ทีมเกิดอาการหมดไฟไม่อยากจะทำงานไปตาม ๆ กัน ทำให้ส่งผลต่อทีมคุณบีอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อองค์กร


เมื่อคุณบีเริ่มเข้าใจปัญหาเลยทำการ Explore สำรวจที่มาของเรื่องนี้ด้วยการถามว่า “ตอนนี้ทีมเรามีปัญหา พี่รู้ว่าน้อง ๆ เหนื่อยมาก แต่แผนกเรางานก็ยังคงมีปัญหาอยู่ พี่อยากรู้ว่าสิ่งที่ทำให้เหนื่อยที่สุดจริง ๆ แล้วคืออะไร”


ลูกน้องตอบว่า “ความเป็นจริงแล้วไม่ใช่งานเลย แต่คือวิธีสื่อสารที่กดดันเกินไป” ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจจะถูกต้องและตรงไปตรงมาก็จริง แต่มันทำให้ทีมรู้สึกเหนื่อยล้า หลังจากนั้นคุณบีเลยลองปรับวิธีพูด วิธีการสื่อสาร ผลลัพธ์คืองานก็ยังเยอะแล้วหนักเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ต่างไปคือทีมก็กลับมามีพลังและเต็มใจทำงานไปด้วยกันอีกครั้ง


ผู้นำคือคนที่ “ชวน” ไม่ใช่แค่ “สั่ง”

หัวหน้าที่ดีไม่ใช่แค่คนที่เก่งสั่ง แต่คือคนที่ทำให้ทีมอยากเดินตามด้วยใจ เมื่อผู้นำใช้ความเข้าใจมากขึ้น ใส่ใจมากขึ้น ใช้จิตวิทยาในการฟัง การถาม และการสะท้อน ทีมก็จะรู้สึกว่ามีคุณค่า และพร้อมเดินไปด้วยกัน


ผู้นำที่ดี ต้องเก่งทั้ง “งาน” และ “ใจ”

การเป็นผู้นำที่ยั่งยืน ไม่ใช่แค่การสั่งงานเก่ง แต่คือการทำให้ทีม “อยากเดินตาม” และนี่คือสิ่งที่ฝึกได้ในคอร์สจิตวิทยาจาก iSTRONG หลักสูตรทักษะจิตวิทยาการให้คำปรึกษา หลักสูตรจากผู้เชี่ยวชาญ ที่จะช่วยคุณพัฒนาทักษะจิตวิทยาได้จริง ในหลากหลายมิติ


ประโยชน์ต่อผู้นำ

  • ได้ทักษะการฟัง การถามและการสะท้อน ทำให้ทีมไว้วางใจ เปิดใจ

  • ลดความขัดแย้ง ทีมทำงานด้วยบรรยากาศที่ดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น  

  • ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ยศเจ้านาย


ประโยชน์ต่อองค์กร

  • ทีมร่วมมือกันมากขึ้น ผลงานภาพรวมดีขึ้น เติบโตไปพร้อมกัน

  • ลดการลาออก เพราะทุกคนทำงานอย่างมองเห็นคุณค่า กันและกัน

  • วัฒนธรรมองค์กรแข็งแรงขึ้น เพราะผู้นำสร้างพื้นที่ปลอดภัย


จุดเด่นของหลักสูตรจิตวิทยาการให้คำปรึกษาจาก iSTRONG

  • คลาสเล็ก จำกัดจำนวน ดูแลใกล้ชิด เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ทักษะจิตวิทยาอย่างเต็มที่

  • เน้นปฎิบัติฝึกจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี ได้ลองใช้ทักษะทันทีในห้องเรียน เรียนรู้ผ่านการฝึกฝนผ่านการลงมือปฎิบัติจริง

  • สอนโดยจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้รับการดูแล ให้คำแนะนำ จากผู้มีประสบการณ์ด้านจิตวิทยาโดยเฉพาะ


iSTRONG Mental Health

ผู้ดูแลสุขภาพใจให้กับบุคคล ครอบครัว และองค์กร


บริการของเรา

สำหรับบุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : http://bit.ly/3lmThUa  

  • คอร์สฝึกอบรมทักษะด้านจิตวิทยา : http://bit.ly/3RQfQwS 

สำหรับองค์กร

โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong



iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2025 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page