top of page

คนที่เรารัก อยากให้เราฟังมากกว่าแก้ปัญหา ทักษะการฟังด้วยใจ ที่ช่วยเยียวยาความสัมพันธ์


iSTRONG เราโตมาแบบไหน มีแนวโน้มใช้แบบนั้นที่งาน เพราะความสัมพันธ์ในครอบครัว คือรากฐานการสื่อสารและทำงาน

มีคำพูดหนึ่งที่คนมักบ่นเหมือนกันทั้งโลก แต่เราไม่ค่อยสังเกต “ทำไมเธอไม่ฟังฉันเลย” จะเป็นคู่รัก พ่อแม่ ลูก เพื่อนสนิท หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงาน เรามักเผลอ “แก้ปัญหาให้เร็วที่สุด” เพราะคิดว่านั่นคือการช่วย


แต่สำหรับอีกฝ่ายเขากลับรู้สึกว่า “คุณไม่ได้อยู่ข้างเขาเลย” นี่คือหนึ่งในความเข้าใจผิดที่ทำให้หลายความสัมพันธ์ ค่อย ๆ ห่างออกจากกันโดยไม่รู้ตัว และยิ่งยุคนี้ที่ทุกคนเหนื่อย เครียด อ่อนไหวง่าย การมีใครสักคนที่ ฟังจริง ๆ คือสิ่งมีค่าที่สุด มากกว่าการมีใครสักคนที่ “สั่งสอน หรือชี้แนะ”


บทความนี้คือการเปิดโลกของทักษะการฟังแบบที่ลึกกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ฟังให้ครบประโยค แต่ฟัง “สิ่งที่เขาอยากให้คุณเข้าใจ” แม้จะไม่เคยพูดออกมาเลยสักคำเดียว


ทำไมคนเราถึงไม่ต้องการคำแนะนำ แต่ต้องการการฟัง

เพราะเวลาคนเครียด สมองไม่ได้ต้องการเหตุผล เมื่อคนกำลังเศร้า เครียด หรือสับสนสมองส่วนใช้เหตุผล (Prefrontal Cortex) จะทำงานต่ำลง ส่วนอารมณ์ (Amygdala) ทำงานสูงขึ้น นี่คือเหตุผลว่า คำแนะนำดีแค่ไหน…ก็ไม่เข้าหู เพราะอารมณ์ยังไม่ถูกเยียวยา คนจึงต้องการ


  • พื้นที่ปลอดภัย

  • การยอมรับความรู้สึก

  • ใครสักคนที่อยู่ด้วยโดยไม่เร่งรัด


ก่อนที่เขาจะพร้อมมองหาวิธีแก้ปัญหา


เพราะคำแนะนำ = การตัดสินโดยไม่ตั้งใจ

เวลาบอกว่า:

  • “แค่นี้เอง เดี๋ยวก็ผ่านไป”

  • “คิดบวกสิ”

  • “ทำแบบนี้สิ จะได้จบ”


สำหรับอีกฝ่ายมันคือการบอกว่า “ความรู้สึกของคุณไม่สำคัญขนาดนั้นหรอก” คำแนะนำจึงมักทำลายความสัมพันธ์มากกว่าซ่อม


เพราะคนที่กำลังเจ็บต้องการ “การยืนยันความรู้สึก” มากที่สุด

การฟังที่ดีคือการส่งสัญญาณว่า:

  • “ฉันเข้าใจนะว่ามันยาก”

  • “เธอไม่ผิดหรอกที่รู้สึกแบบนี้”

  • “อยู่ตรงนี้ไปพร้อมกันนะ”


นี่คือการเยียวยาที่ลึกกว่าการคิดหาวิธีแก้


ความผิดพลาด 5 อย่างที่ทำให้เรากลายเป็นคนที่ “ฟังไม่เป็น”

  1. รีบสรุปเพื่อประหยัดเวลา

    เพราะกลัวเสียเวลา เลยรีบพูดว่า “โอเค ๆ เข้าใจแล้ว” ทั้งที่ไม่ได้เข้าใจเลย


  2. เอาประสบการณ์ตัวเองไปทับ

    “ตอนเราก็เป็นนะ…” ความหวังดีแบบนี้ทำให้คนรู้สึกถูกกลบ ไม่ได้ถูกฟัง


  3. พยายามเป็นฮีโร่

    รีบเสนอวิธีแก้ทั้งที่เขายังไม่พร้อม


  4. ชอบพิสูจน์ว่าใครผิดใครถูก

    แต่คนเศร้าต้องการพื้นที่ ไม่ใช่ศาลตัดสิน


  5. ฟังด้วยหู แต่ไม่ฟังด้วยใจ

    คือฟังแต่เนื้อหา ไม่ฟังอารมณ์ที่ซ่อนอยู่


ความผิดพลาด 5 อย่างที่ทำให้เรากลายเป็นคนที่ “ฟังไม่เป็น”

  1. Attunement การปรับคลื่นอารมณ์ให้สอดคล้องกัน

    Attunement คือการตั้งใจรู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกอะไร ไม่ต้องซึมซับ แต่ต้อง “รับรู้” นี่คือรากของความผูกพัน (bonding)


  1. Emotional Validation การยืนยันอารมณ์

    คือการบอกว่าสิ่งที่เขารู้สึก “เข้าใจได้” มนุษย์จะเปิดใจทันทีเมื่อรู้สึกว่า “ฉันไม่ต้องปกป้องตัวเองต่อหน้าเธอ”


  1. Containment การเป็นที่พักใจชั่วคราว

    บางครั้งคนไม่ได้ต้องการคำตอบ เขาแค่ต้องการ “อยู่กับความรู้สึกอย่างปลอดภัย” Containment คือการเป็นภาชนะอารมณ์ให้เขาวางสิ่งที่หนักเกินไปลงได้สักระยะ


วิธีฟังแบบ Healing ที่ทำให้คนตรงหน้ารู้สึกดีขึ้นทันที

  1. ฟังด้วย “ความตั้งใจ” ไม่ใช่หู

    มองหน้า พยักหน้า หยุดขยับมือถือแสดงให้เห็นว่าคุณพร้อมอยู่ตรงนั้นจริง ๆ


  1. สะท้อนความรู้สึก (Reflect Emotion)

    แทนที่จะถามว่า “ทำไมถึงรู้สึกแบบนั้น”ลองพูดว่า

    “ฟังดูเครียดมากเลยนะ”

    “ต้องหนักมากแน่ ๆ ที่เจอแบบนี้”


  2. ใช้ประโยคที่เปิดพื้นที่ ไม่ปิดประตูใจ

    ประโยคที่เวิร์ค เช่น:

    “เล่าให้ฟังได้เลยนะ เราฟังอยู่”

    “เธออยากให้ช่วยแบบไหน บอกได้เลยนะ”

    “ไม่ต้องรีบเล่า เดี๋ยวค่อย ๆ ไปก็ได้”


  3. ให้อารมณ์เขาคลี่คลายก่อนค่อยคิดหาทางแก้

    คนเราคิดข้ามขั้นไม่ได้ต้องผ่านขั้น “ได้ถูกฟัง” ให้ได้ก่อนถึงจะพร้อมเข้าขั้น “อยากหาทางออก”


ตัวอย่าง Case Study

Case ที่ 1 : แฟนที่อยากให้ฟัง ไม่ได้อยากให้สอน

กานต์กลับบ้านด้วยความเครียดจากงานแฟนถามว่า “วันนี้เป็นยังไงบ้าง” กานต์เล่าว่าลูกค้าต่อว่า, งานผิดพลาด, เจ้านายคาดหวังสูง แฟนตอบว่า “ก็เธอน่ะแหละคิดมากเกินไป ทำแบบนี้สิ เดี๋ยวก็หาย”


กานต์เงียบทันที เพราะคำแนะนำทำให้เขารู้สึกว่า “ฉันอ่อนแอ” ทั้งที่เขาแค่ต้องการให้มีใครสักคนเห็นว่า “มันยากจริง ๆ” ภายหลังแฟนสัมผัสได้ว่าวิธีการของเธอดูไม่ค่อยจะดีนัก จึงได้ลองเรียนรู้ทักษะการฟัง จากนั้นแฟนลองเปลี่ยนวิธีพูด: “วันนี้เจอหนักเลยนะ เครียดแย่เลยสิ” กานต์ร้องไห้ทันที เพราะนี่คือครั้งแรกที่เขารู้สึกว่า “ไม่ต้องเข้มแข็งก็ได้”


Case ที่ 2 : พนักงานที่ถูกหัวหน้าแก้ปัญหาทุกครั้ง จนไม่กล้าพูดอะไร

แนนเป็นพนักงานใหม่ เวลามีปัญหาจะเล่าให้หัวหน้าฟังด้วยความหวังดี แต่หัวหน้ามักตอบแบบเร็วมากว่า“โอเค เดี๋ยวพี่จัดการเอง” “ไม่ต้องคิดมากนะ ทำตามนี้” แนนเริ่มรู้สึกว่า “ฉันคงเป็นตัวปัญหา”และค่อย ๆ หายไปจากการทำงานเป็นทีม


หลังหัวหน้าได้เรียนทักษะการฟังเขาลองตอบใหม่ว่า “เล่าให้พี่ฟังได้เลยนะ พี่อยากเข้าใจสิ่งที่แนนเจอ” แค่เปลี่ยนประโยคเดียว แนนก็เริ่มกลับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง เพราะรู้สึกว่า “ฉันไม่ได้ทำงานคนเดียว”


Case ที่ 3 : ความสัมพันธ์ระหว่างแม่–ลูกที่ดีขึ้น เพราะหยุดสั่งสอน

แม่ของโอมเป็นคนหวังดี แต่ชอบให้คำแนะนำทันที เช่น:

  • “ตั้งใจเรียนสิ”

  • “ทำงานให้มั่นคงนะ”

  • “อย่าเล่นเกมเยอะ”


โอมหงุดหงิดตลอดเวลา รู้สึกว่าแม่ “ไม่เข้าใจฉันเลย” วันหนึ่งแม่ได้เรียนรู้ทักษะการฟังแบบไม่ตัดสินเลยลองพูดว่า: “แม่ว่าโอมคงเครียดมากเลยใช่ไหม ช่วงนี้เรียนเยอะ?” โอมหยุดไป 5 วินาทีก่อนจะพูดว่า“ใช่แม่…โอมเหนื่อยมากเลย” จากวันที่แทบไม่คุยกันกลายเป็นวันที่เริ่มเข้าใจกันอีกครั้ง


การฟังคือของขวัญที่คนรอบตัวต้องการมากที่สุด เราอยู่ในยุคที่ทุกคนเหนื่อยง่าย อ่อนไหวง่าย และรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้น คำแนะนำไม่ได้ผิด แต่ลำดับมันต้องถูก ฟังก่อน → เยียวยา → แล้วค่อยหาหนทางร่วมกัน เมื่อเราเริ่มฟังกันด้วยหัวใจ ความสัมพันธ์ทุกอย่าง ที่บ้านและที่ทำงาน จะอบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


หลายคนอาจเพิ่งเข้าใจวันนี้ว่าความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด ไม่ได้ต้องการ “คำตอบ” แต่ต้องการ “ความเข้าใจ”ทักษะฟังด้วยใจจึงเป็นทักษะสำคัญมากในทุกบทบาท ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คู่รัก คนทำงาน เพราะทุกคนต่างมีบางอย่างที่เหนื่อย ท้อ หรือแบกไว้แต่ไม่เคยพูดออกมา


การฟังอย่างลึกซึ้งจึงเป็นของขวัญที่เรามอบให้คนรอบตัวได้ทุกวัน และเป็นอย่างเดียวที่เงินหาซื้อไม่ได้ ทักษะเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติแต่เกิดจากการเรียนรู้ การฝึกสังเกต การเข้าใจอารมณ์ และการฝึกเอาใจไปอยู่กับคนตรงหน้าอย่างแท้จริง


ซึ่งคือรากของทักษะการให้คำปรึกษา (Counseling Skills) ที่ถูกใช้ในทุกความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นงาน ชีวิตคู่ หรือครอบครัว เพราะทุกความสัมพันธ์ต้องการพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุย และต้องการใครสักคนที่ “อยู่ข้างเราอย่างแท้จริง”


หากคุณอยากฝึกทักษะนี้อย่างเป็นระบบ ในแบบที่ใช้ได้จริงทั้งในบ้านและที่ทำงาน หลักสูตรทักษะจิตวิทยาการให้คำปรึกษา  iSTRONG ถูกออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ ทั้งเทคนิคการฟังลึก การอ่านอารมณ์ การสื่อสารอย่างไม่ตัดสิน การตั้งคำถามเชิงลึก และการดูแลความสัมพันธ์รอบตัวอย่างมืออาชีพ นี่คือทักษะชีวิตที่ช่วยเปลี่ยนคุณให้เป็นคนที่ฟังเป็น เข้าใจเป็น และอยู่ด้วยแล้วสบายใจมากขึ้นสำหรับทุกคน

iSTRONG Mental Health

ผู้ดูแลสุขภาพใจให้กับบุคคล ครอบครัว และองค์กร


บริการของเรา

สำหรับบุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : http://bit.ly/3lmThUa  

  • คอร์สฝึกอบรมทักษะด้านจิตวิทยา : http://bit.ly/3RQfQwS 

สำหรับองค์กร

โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong



iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2025 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page