ความสัมพันธ์ ที่พูดกันไม่เข้าใจ เพราะเราอาจกำลังคุยกันคนละ “ภาวะจิต”
- iStrong team
- 35 minutes ago
- 2 min read

ในที่ทำงานหลายความสัมพันธ์ไม่ได้พังเพราะใครเป็นคนไม่ดี แต่มันค่อย ๆ ห่าง เพราะ “คุยกันแล้วไม่เข้าใจ” ยิ่งพยายามอธิบาย ก็ยิ่งเหนื่อยยิ่งพยายามอธิบายดี ๆ ก็ยิ่งถูกมองว่าเยอะ บางครั้งจากเรื่องงานกลายเป็นเรื่องใจ จากเรื่องเล็ก กลายเป็นระยะห่างที่อธิบายไม่ถูก ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากคำพูดเพียงอย่างเดียวแต่เกิดจาก “ภาวะ” ที่เรากำลังใช้ในการสื่อสาร
คนเราคุยกันด้วยคำพูด แต่สื่อสารกันด้วย “Ego State”
ในจิตวิทยา TA (Transactional Analysis) มีแนวคิดสำคัญที่อธิบายว่าทำไม “คุยกันแล้วไม่เข้าใจ” ทั้งที่ใช้คำพูดธรรมดาเหมือนกัน แนวคิดนั้นคือ Ego State หรือ “ภาวะภายใน” ที่อยู่เบื้องหลังคำพูด TA มองว่า เวลามนุษย์สื่อสารกัน เราไม่ได้ส่งแค่ข้อมูล แต่เราส่ง “ภาวะ” ไปด้วย และอีกฝ่ายก็ไม่ได้รับแค่เนื้อหา แต่รับพลังงานทางอารมณ์นั้นด้วย
Ego State มี 3 แบบหลัก คือ
Parent (พ่อแม่) คือ ภาวะที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ การตัดสิน การสั่งสอน หรือการดูแล เช่น เสียงเตือน เสียงสั่ง
Adult (ผู้ใหญ่) คือ ภาวะที่ใช้เหตุผล ข้อมูล ความเป็นจริง และฟังอย่างเป็นกลาง
Child (เด็ก) คือ ภาวะที่เต็มไปด้วยอารมณ์ ความรู้สึก ความกลัว ความน้อยใจ หรือความต้องการได้รับการยอมรับ
สิ่งสำคัญคือ ภาวะเหล่านี้ไม่ใช่บุคลิกถาวร แต่เป็น “โหมด” ที่เราสลับใช้ตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว
ทำไมภาวะถึงสำคัญกว่าคำพูด
ลองนึกภาพประโยคเดียวกัน เช่น“คุณทำแบบนี้อีกแล้วนะ” ถ้าพูดจาก Adult อาจหมายถึงการสะท้อนข้อมูลถ้าพูดจาก Critical Parent จะฟังเหมือนตำหนิถ้าพูดจาก Child อาจแฝงความน้อยใจ คำเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ต่างกัน เพราะภาวะต่างกัน
ใน TA มีคำอธิบายเรื่อง Transaction หรือรูปแบบการโต้ตอบระหว่าง Ego State ของสองฝ่าย การสื่อสารจะ “ราบรื่น” เมื่อภาวะสอดคล้องกัน เช่นAdult ↔ Adult คือคุยกันด้วยเหตุผลและความเข้าใจ แต่เมื่อเกิด Crossed Transaction หรือการสื่อสารข้ามภาวะ เช่น
เราพูดจาก Parent แต่เขาตอบจาก Child
เราพูดจาก Adult แต่เขาอยู่ใน Child ที่กำลังมีอารมณ์
เราพูดจาก Child (งอน ประชด) แต่อีกฝ่ายตอบจาก Parent
ความเข้าใจผิดจะเกิดขึ้นทันที ไม่ใช่เพราะใครไม่ดีแต่เพราะภาวะไม่ตรงกัน
ความสัมพันธ์มักติดอยู่ในรูปแบบเดิม
หลายความสัมพันธ์ไม่ได้พังเพราะเหตุการณ์ใหญ่ แต่เพราะรูปแบบการสื่อสารซ้ำ ๆ เช่น
คนหนึ่งมักใช้ Parent แบบตัดสิน
อีกคนมักเข้าสู่ Child แบบป้องกันตัว
หรือบางคนใช้ Adult ตลอด แต่ไม่รับรู้อารมณ์ของอีกฝ่าย
เมื่อรูปแบบนี้เกิดซ้ำ สมองจะเริ่ม “คาดการณ์ล่วงหน้า” เช่น “พูดไปก็โดนสวน” “เดี๋ยวเขาก็ดุอีก” “ไม่พูดดีกว่า” จากบทสนทนาเล็ก ๆ กลายเป็นระยะห่างทางความรู้สึก นี่คือเหตุผลที่บางคนไม่มีปัญหาเปิดเผย แต่มีความเงียบที่อึดอัด
ความสัมพันธ์มักติดอยู่ในรูปแบบเดิม
TA ไม่ได้สอนให้เราเป็น Adult ตลอดเวลาแต่สอนให้เรารู้ตัวว่า ตอนนี้อีกฝ่ายอยู่ในภาวะไหน และเราควรเลือกตอบอย่างไร
เป้าหมายคือพาบทสนทนากลับเข้าสู่ Adult ↔ Adult คือคุยกันด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่อำนาจหรืออารมณ์ เมื่อเข้าใจจุดนี้เราจะเริ่มเห็นว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “พูดไม่ดีพอ” แต่อยู่ที่ “เลือกภาวะไม่ตรงจังหวะ”
Case ที่ 1 : เพื่อนร่วมงานเริ่มห่าง เพราะอีกฝ่ายรู้สึกถูกตัดสิน
พนักงานคนหนึ่งเล่าว่า “เราแค่ให้คำแนะนำเขา แต่เขาดูถอยห่างไปเรื่อย ๆ” ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือเขาพูดจากภาวะ Parent แบบสอนแต่อีกฝ่ายรับในภาวะ Child แบบรู้สึกถูกตำหนิ คำพูดเหมือนจะช่วยแต่ภาวะทำให้ความสัมพันธ์ถอยห่าง
Case ที่ 2 : คนรักบอกว่า “คุยกับคุณแล้วเหมือนโดนสอน”
หลายคู่ทะเลาะกันเพราะเรื่องเล็กแต่จริง ๆ แล้วมันคือรูปแบบการสื่อสารที่ซ้ำ อีกฝ่ายเล่าเรื่องด้วยอารมณ์ (Child) แต่เราตอบกลับด้วยเหตุผลล้วน ๆ (Adult) หรือสั่งสอน (Parent) เขาไม่ได้ต้องการคำตอบเขาต้องการความเข้าใจ แต่เมื่อภาวะไม่ตรงกัน ความรู้สึกจึงไม่ถูกตอบรับ
Case ที่ 3 : ทีมงานเริ่มเงียบ เพราะรู้สึกว่า “พูดไปก็โดนสวน”
หัวหน้าคิดว่าตัวเองใช้เหตุผล แต่ทีมรับรู้ว่าเขาอยู่ใน Parent แบบ “ถูกเสมอ” เมื่อทีมอยู่ใน Child คือต้องการความรู้สึก ความเข้าใจ ทีมจึงระวังตัว เลือกเงียบไม่พูด และไม่ทะเลาะกับหัวหน้าอีกเลย
ความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ได้เริ่มจากพูดเก่ง
แต่เริ่มจาก “เลือกภาวะให้ตรง” ถ้าอีกฝ่ายอยู่ในอารมณ์อย่ารีบแก้ด้วยเหตุผล ถ้าอีกฝ่ายกำลังป้องกันตัวอย่าเพิ่มพลัง Parent เข้าไปอีก เป้าหมายของการสื่อสารที่มีคุณภาพ คือการพากันเข้าสู่ Adult - Adult ภาวะที่คุยกันด้วยความเข้าใจ ไม่ใช่อำนาจหรืออารมณ์
หลายคนเก่งงาน แต่เหนื่อยความสัมพันธ์
เหนื่อยกับเพื่อนร่วมงานที่เข้าใจผิดกันบ่อย
เหนื่อยกับการอธิบายแล้วอีกฝ่ายยังรู้สึกไม่พอใจ
เหนื่อยกับการต้องเป็น “ผู้ใหญ่” อยู่ฝ่ายเดียว
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แก้ด้วยการพูดให้มากขึ้น แต่แก้ด้วยการเข้าใจโครงสร้างการสื่อสารของมนุษย์
ถ้าคุณอยากเข้าใจคนมากขึ้น มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่สื่อสารเก่งขึ้น
คอร์ส หลักสูตร The Art of Influence จาก iSTRONG ถูกออกแบบเพื่อให้คุณเข้าใจจิตวิทยาการสื่อสารเชิงลึก คุณจะได้เรียนรู้ว่า
ตัวเองใช้ Ego State แบบไหนบ่อยที่สุด
ทำไมบางความสัมพันธ์จึงติดรูปแบบเดิมซ้ำ ๆ
วิธีปรับภาวะ เพื่อให้บทสนทนากลับมาอยู่บนความเข้าใจ
ทักษะนี้ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องงาน แต่ช่วยให้คุณอยู่กับคนรอบตัวได้เบาและมั่นคงขึ้น
และสำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาทีม ทาง iSTRONG รับจัด In-house Training เพื่อพัฒนาทักษะด้านจิตวิทยา และสามารถออกแบบเนื้อหาให้เหมาะกับบริบทองค์กร ปรับระดับความลึกของทักษะให้ตรงกับทีมผู้นำหรือพนักงานได้โดยเฉพาะ
เพราะสุดท้าย คุณภาพขององค์กร เริ่มต้นจากคุณภาพของบทสนทนา และคุณภาพของบทสนทนา เริ่มต้นจาก “ภาวะ” ที่เราเลือกใช้ในทุกคำพูด
iSTRONG Mental Health
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร
บริการของเรา
บุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5
คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U
องค์กร
บริการดูแลสุขภาพใจพนักงาน : https://cutt.ly/KtkKwjXg
ติดต่อ
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
