หัวหน้า ที่ทีมไม่กล้าเถียง ทีมอาจไม่ได้เคารพ แต่กำลังรู้สึกกลัว
- iStrong team
- 7 hours ago
- 2 min read

ในหลายองค์กร มีหัวหน้าจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกภูมิใจเวลาเข้าประชุมแล้วทีมเงียบ ไม่มีใครโต้แย้ง ไม่มีใครตั้งคำถาม เพราะดูเหมือนทุกอย่างดูราบรื่น งานเดินเร็วตัดสินใจง่าย ดูเหมือนทีม “ให้เกียรติ” ดูเหมือนทีม “เชื่อฟัง”
แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ ทีมเงียบเพราะเชื่อมั่น หรือเงียบเพราะไม่กล้าพูด? หลายครั้งความเงียบไม่ใช่สัญญาณของความเคารพ แต่มันคือสัญญาณของความกลัวที่ค่อย ๆ ก่อตัวโดยไม่มีใครสังเกต และสิ่งที่ทำให้เกิดสิ่งนี้ ไม่ได้อยู่ที่โครงสร้างองค์กร ไม่ได้อยู่ที่ระบบ แต่อยู่ที่ “ภาวะจิต” ที่ผู้นำสื่อออกมาในทุกบทสนทนา
คนไม่ได้ตอบสนองต่อคำพูด แต่ตอบสนองต่อภาวะจิต
ในศาสตร์จิตวิทยา Transactional Analysis (TA) มนุษย์สื่อสารผ่าน 3 ภาวะจิตหลัก
Parent State ภาวะของ ‘ผู้ปกครอง’ มักแสดงออกด้วยการตัดสิน สั่งสอน หรือควบคุม เช่น หัวหน้าบางคน ที่พูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวดกับพนักงาน เพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
Adult State ภาวะของ ‘ผู้ใหญ่ที่มีเหตุผล’ คือการฟัง เข้าใจ และตอบสนองด้วยข้อมูลและเหตุผล มากกว่าอารมณ์ เช่น พนักงาน ที่ใช้การตั้งคำถามอย่างมีเหตุผล เพื่อต้องการคำอธิบายที่ชัดเจน
Child State ภาวะของ ‘เด็ก’ ที่ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ เช่น การโต้ตอบด้วยความน้อยใจ ไม่พอใจ หรือประชดประชัน เช่น ลูกน้องบางคนต้องการให้รับฟังด้วยใจ ไม่ใช่เอาแต่พูดเรื่องเหตุผล
ในบทบาทผู้นำ เรามักคิดว่าเรากำลังสื่อสารด้วยเหตุผลแต่ในความจริง หลายครั้งเรากำลังสื่อสารจาก “Critical Parent” โดยไม่รู้ตัว Critical Parent ไม่ได้หมายถึงคนเลว แต่หมายถึงภาวะที่เต็มไปด้วยการตัดสิน ควบคุม และความคาดหวังสูง
ตัวอย่างภาษาที่มาจาก Critical Parent เช่น
“ทำไมแค่นี้ยังพลาด?”
“ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำแบบนี้”
“เรื่องนี้มันควรคิดได้เองนะ”
“ไม่ต้องเถียง ทำตามที่บอก”
แม้จะไม่ได้พูดเสียงดังแต่พลังงานของการตัดสินนั้นชัดเจน ทีมอาจพยักหน้าแต่ภายในอาจกำลังหดตัว
การเชื่อฟัง กับ ความผูกพัน ไม่เหมือนกัน
ผู้นำที่สื่อสารจาก Critical Parent มักได้สิ่งที่เรียกว่า Compliance คือการทำตามเพราะหน้าที่ไม่ใช่เพราะความเชื่อมั่น แต่ผู้นำที่สื่อสารจาก Adult State จะได้ Commitment Adult State คือการ
ตั้งคำถามมากกว่าตัดสิน
ฟังเพื่อเข้าใจ ไม่ใช่ฟังเพื่อแก้ทันที
ใช้ข้อมูลแทนอารมณ์
เคารพศักดิ์ศรีของอีกฝ่าย แม้เขาจะผิดพลาด
ทีมที่รู้สึกปลอดภัยจะกล้าเสนอไอเดียกล้ายอมรับความผิดพลาดกล้าคิดต่างโดยไม่กลัว และนั่นคือรากฐานของทีมที่แข็งแรงจริง ๆ
3 เคสผู้นำ ที่สะท้อนความแตกต่างของภาวะจิตผู้นำ
Case ที่ 1 : ผู้จัดการฝ่ายขายที่ยอดดี แต่ทีมลาออกบ่อย
คุณธนาเป็นผู้จัดการฝ่ายขาย ยอดขายทีมเขาดีมากเสมอและผู้บริหารชื่นชมตลอด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทีมลาออกปีละ 3–4 คน เมื่อสัมภาษณ์ Exit Interview พนักงานให้เหตุผลคล้ายกัน
“เขาเก่งนะ แต่ทำงานด้วยแล้วเครียด”
“ผมกลัวพูดผิดเวลาอยู่กับเค”
“ฉันเสนออะไรไปก็มักโดนหักล้างทันที”
โดยพฤติกรรมในการประชุม คุณธนามักจะทำแบบนี้เสมอ
แก้คำพูดลูกทีมทันที
ขัดจังหวะกลางประโยค
เน้นจุดผิดมากกว่าจุดที่ทำได้ดี
เขาไม่ได้ตั้งใจทำร้ายใครแต่เขาสื่อสารจาก Critical Parent ตลอดเวลาโดยธรรมชาติ ซึ่งหลังจากเขาเข้าใจว่าตัวเองสื่อสารรูปแบบไหน เรียนรู้ และปรับเป็น Adult Stateเขา เริ่มเปลี่ยนคำพูด เช่น
จาก “อันนี้คิดผิด”เป็น “คุณคิดอย่างไรถึงมุมนี้?”
จาก “มันไม่น่าใช่”เป็น “เราลองดูข้อมูลเพิ่มอีกนิดดีไหม?”
หลังเวลาผ่านไป 6 เดือน ยอดขายของทีมยังดีเหมือนเดิม แต่สิ่งที่แตกต่างคือเขามีทีมที่เคารพเขามากขึ้น ทีมเริ่มอยู่ยาวขึ้น ไม่มีใครอยากลาออก และเริ่มกล้าเสนอไอเดียใหม่ ๆ มากขึ้น
Case ที่ 2 : หัวหน้าที่ทีมเงียบ แต่ปัญหาเกิดหลังประชุม
คุณอริสาเป็นหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ โดยในทุกครั้งที่ประชุมลูกน้องในทีมของเธอจะเงียบมาก เธอคิดว่าเป็นเพราะทีมเคารพ เชื่อฟังเธออย่างดี แต่หลังประชุม สิ่งที่เธอไม่รู้เลยคือมักมีเสียงบ่นกันเองในทีมหลังจบประชุม และบางครั้งงานที่น้อง ๆ ทำมักผิดพลาดเสมอ
เมื่อสังเกตการสื่อสารของเธอ เพื่อหาการแก้ปัญหาพบว่า
เธอมักสรุปแทนทีมเร็วเกินไป
เธอพูดว่า “เพื่อความเร็ว เราตัดสินใจแบบนี้นะ”
เธอไม่เปิดคำถามปลายเปิด
ทีมจึงเลือกเงียบเพราะรู้สึกว่าพูดไปก็ไม่เปลี่ยนอะไร เมื่อเธอปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารจาก Parent State และเริ่มใช้ Adult State โดยการถามว่า
“มีใครเห็นต่างไหม?”
“มุมมองอื่นที่พี่อาจมองไม่เห็นคืออะไร มีแนะนำมั้ย?”
ช่วงแรกทีมยังเงียบ แต่เมื่อเธอตั้งใจแสดงออกว่าพร้อมที่จะ “รับฟังจริง” อย่างต่อเนื่องทีมเริ่มพูดมากขึ้น ไม่ใช่เพราะเธออ่อนลงแต่เพราะเธอมั่นคงขึ้น
Case ที่ 3 : HR ที่คิดว่าทีมไม่มีปัญหา แต่จริง ๆ ไม่มีใครกล้าพูด
ในองค์กรหนึ่ง HR เชื่อว่าบรรยากาศในที่ทำงานดีเพราะไม่มีใครร้องเรียนเข้ามา แต่เมื่อทำ Engagement Survey แบบไม่ระบุตัวตนกลับพบว่า 70% ของทีมรู้สึกว่า “ไม่กล้าเสนอความเห็น”
เหตุผลไม่ใช่เพราะหัวหน้าดุ แต่เพราะหัวหน้ามีภาวะ “ถูกเสมอ” ทุกครั้งที่มีการเสนอไอเดียหัวหน้าจะตอบด้วยเหตุผลที่ดูสมเหตุสมผลมากจนไม่มีใครอยากเถียง นี่คือรูปแบบหนึ่งของ Critical Parent แบบสุภาพ
เมื่อหัวหน้าคนนั้นได้เรียนรู้เรื่อง Ego State เขาเริ่มฝึกฟังโดยไม่รีบชี้นำและเริ่มยอมรับว่า “ผมอาจคิดไม่ครบ มีใครแนะนำหรือมีไอเดียเพิ่มเติมมั้ย ผมพร้อมฟัง” หลังจากนั้นวัฒนธรรมในองค์กรเริ่มเปลี่ยนเพราะภาวะจิตของผู้นำเปลี่ยน
อิทธิพลที่แท้จริง ไม่ได้มาจากความกลัว
ตำแหน่งสามารถสร้างอำนาจ แต่ไม่สามารถสร้างความไว้วางใจได้ อำนาจทำให้คนทำตาม แต่อิทธิพลทำให้คนอยากทำและอิทธิพลนั้นเริ่มจากภาวะจิตของผู้นำไม่ใช่เทคนิคการพูดเพียงอย่างเดียว หากคุณอยากพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารนี้ให้ลึกขึ้น ศาสตร์ TA ไม่ได้สอนให้คุณพูดดีขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่มันช่วยให้คุณ
อ่าน Ego State ของตัวเองได้ชัดขึ้น
รู้ทันว่าเมื่อไรคุณกำลังเข้าสู่ Critical Parent
ปรับ State ให้กลับมาเป็น Adult ได้ทันเวลา
สร้างพื้นที่ปลอดภัยโดยไม่สูญเสียความเป็นผู้นำ
คอร์ส The Art of Influence จิตวิทยาการสื่อสารและโน้มน้าวใจ
ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะนี้อย่างเป็นระบบ คุณจะได้ฝึก
วิเคราะห์ Transaction จริงจากสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน
แยกแยะ Parent-Adult-Child ในบทสนทนา
เข้าใจ Life Position ที่ส่งผลต่ออิทธิพล
ฝึกการสื่อสารที่สร้าง Psychological Safety โดยไม่อ่อนแอ
หลักสูตร The Art of Influence นี่ไม่ใช่คอร์สที่จะทำให้คุณ “พูดเก่ง”แต่คือคอร์สที่จะทำให้คุณมีทักษะจิตวิทยา “สื่อสารอย่างมีศิลปะ”
สำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาในระดับระบบ และวัฒนธรรม
หากองค์กรของคุณกำลังเผชิญกับ
ทีมเงียบเกินไป
ความคิดสร้างสรรค์ลดลง
Feedback ไม่จริงใจ
บรรยากาศตึงเครียดแต่ไม่มีใครพูดตรง ๆ
เราสามารถออกแบบ In-house Training เพื่อพัฒนาทักษะด้านจิตวิทยา ให้เหมาะกับบริบทองค์กรของคุณโดยเฉพาะ
iSTRONG Mental Health
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร
บริการของเรา
บุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5
คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U
องค์กร
บริการดูแลสุขภาพใจพนักงาน : https://cutt.ly/KtkKwjXg
ติดต่อ
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
