คุมทีมไม่ได้ ทีมไม่ฟัง เพราะผู้นำกำลังสลับ Ego State โดยไม่รู้ตัว
- iStrong team
- 6 minutes ago
- 2 min read

คุณเคยรู้สึกไหมว่า พูดไปแล้วแต่ทีมไม่ทำตาม ต้องตามงานซ้ำ ๆ หรือประชุมกันดีแล้วแต่พอทำจริงกลับไม่เหมือนที่ตกลง บางวันคุณรู้สึกว่าทีมไม่เกรงใจ พูดอะไรก็เหมือนไม่จริงจัง แต่บางวันกลับรู้สึกว่าทีมเงียบเกินไป ไม่มีใครกล้าเสนอความเห็นหรือโต้แย้ง
ทั้งที่คุณอยากให้เขาคิดเองมากขึ้น คุณอาจลองเข้มงวดขึ้น เสียงแข็งขึ้น เพื่อให้ทีมชัดเจน แต่บรรยากาศกลับตึงขึ้น หรือบางครั้งคุณพยายามอ่อนลง เป็นกันเองมากขึ้น แต่กลับรู้สึกว่ามาตรฐานเริ่มหลวมลง ความเหนื่อยของผู้นำจึงไม่ได้มาจากปริมาณงานอย่างเดียว
แต่มาจากความสับสนว่า “ตกลงฉันควรเป็นแบบไหนกันแน่” และคำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ทีม แต่อยู่ที่ภาวะจิตที่คุณกำลังสื่อออกไปโดยไม่รู้ตัว
Ego State คืออะไร และเกี่ยวอะไรกับการคุมทีม
ในศาสตร์ Transactional Analysis (TA) มนุษย์ทุกคนมี “ภาวะจิต” 3 แบบ เรียกว่า Ego State ได้แก่
Parent ภาวะที่สะท้อนกฎเกณฑ์ การควบคุม หรือการดูแลแบบผู้ใหญ่
Adult ภาวะที่ใช้เหตุผล ข้อมูล และความเป็นจริงในการตัดสินใจ
Child ภาวะที่มาจากอารมณ์ ความรู้สึก และความต้องการภายใน
ผู้นำทุกคนใช้ครบทั้ง 3 แบบ แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเรา “สลับโดยไม่รู้ตัว” และถ้าเราใช้ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ เผลอใช้รูปแบบหนึ่งในสถานการณ์หนึ่ง ทีมจะไม่ได้ตอบสนองต่อคำสั่งอย่างเดียว แต่ตอบสนองต่อ Ego State ที่คุณกำลังส่งออกไปด้วย นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้น
ตัวอย่าง Case Study
Case ที่ 1 : เข้มงวดเกินไป จนทีมไม่กล้าเติบโต
ผู้จัดการคนหนึ่งมีมาตรฐานสูงมาก เวลาลูกทีมพลาด เขาจะชี้จุดผิดทันที ให้ลูกทีมแก้ให้ละเอียด และกำหนดวิธีทำงานอย่างชัดเจน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่เขาวางไว้ ห้ามผิดเด็ดขาด
มองเผิน ๆ เขาคิดว่ากำลังทำหน้าที่ผู้นำที่ดีในการนำทีม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทีมเริ่มระวังตัว ไม่กล้าตัดสินใจเองและรอคำสั่งมากกว่าคิดริเริ่มอะไรเอง
ในมุมทฤษฎี TA เขากำลังใช้รูปแบบ Critical Parent มากเกินไป ซึ่งเป็นรูปแบบของ Parent ที่เน้นการตัดสินและควบคุม ผลคือทีมใต้บังคับบัญชาเข้าสู่ Adapted Child ไปโดยอัตโนมัติ คือทีมจะทำตามอย่างเดียว ไม่อยากคิดหรือทำอะไรใหม่ นอกกรอบ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตำหนิ ทำให้ในทีมนี้ภาพรวมทีมดูเชื่อฟัง แต่ศักยภาพหรือความสัมพันธ์ที่แท้จริงจะถูกกดเอาไว้
Case ที่ 2 : เป็นกันเองเกินไป จนทีมไม่จริงจัง
ผู้นำคนหนึ่งอยากให้ทีมสบายใจ โดยเขาวางตัวเองให้ทีมรู้สึกเข้าถึงง่าย ไม่ใช้อำนาจ และไม่อยากให้ใครรู้สึกถูกกดดัน ซึ่งช่วงแรกบรรยากาศดีมาก เพราะความใจดีของเขา แต่ไม่นานงานเริ่มล่าช้า บางคนเริ่มต่อรอง Deadline มากขึ้น และบางครั้งไม่ได้รับผิดชอบเต็มที่ เพราะคิดว่าผ่อนผันได้
จากในกรณีนี้ ในในมุมทฤษฎี TA จะเห็นได้ว่าผู้นำใช้ Nurturing Parent (ผู้ใหญ่ที่ดูแลผู้อื่น) ผสมกับ Free Child (เป็นกันเอง อิสระ) มากเกินไป ดูเผิน ๆ เป็นรูปแบบที่ใจดี สร้างความสัมพันธ์ที่ดี แต่ในเนื้องานของทีมกลับจะยิ่งแย่ลง
เป็นเพราะว่าผู้นำคนนี้ขาด Adult State ที่กำหนดขอบเขตอย่างมั่นคง ขาดความชัดเจนในเรื่อง "งานต้องเป็นงาน ว่ากันด้วยเหตุผล" "ส่วนตัวหรือเล่น เป็นเล่น คือการรีแล็กซ์พักผ่อน" การที่ผู้นำไม่มี Adult อยู่ในตัวเลย ผลคือ ความสัมพันธ์ดีจริง แต่มาตรฐานการทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
Case ที่ 3 : ผู้นำที่เปลี่ยนไปตามอารมณ์
ผู้นำอยู่คนหนึ่งมีนิสัยสลับไปมา คือบางวันนิ่ง บางวันมีเหตุผล แต่ในบางวันก็เสียงแข็งหรือประชดเมื่อเกิดความเครียดขึ้นมา ทีมจึงไม่แน่ใจว่าวันนี้ควรรับมือและสื่อสารแบบไหนกับผู้นำ
สิ่งนี้นี่คือการสลับ Ego State อย่างไม่รู้ตัว ระหว่าง Adult, Critical Parent และบางครั้งเป็น Reactive Child ซึ่งทีมที่ต้องคอยอ่านอารมณ์หัวหน้าลักษณะนี้ อาจจะต้องใช้พลังงานไปกับการเอาตัวรอดในการทำงาน มากกว่าการสร้างผลงานให้มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
ทีมสะท้อนภาวะจิตของผู้นำ
ใน TA มีแนวคิดเรื่อง Transaction หรือรูปแบบการโต้ตอบระหว่าง Ego State
ถ้าผู้นำสื่อสารจาก Critical Parent ทีมมักตอบสนองจาก Adapted Child
ถ้าผู้นำสื่อสารจาก Adult ทีมมีแนวโน้มตอบกลับจาก Adult
นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางทีมโต บางทีมพึ่งพา ทั้งที่ความสามารถใกล้เคียงกัน
ผู้นำที่มั่นคง ไม่ได้แปลว่าเข้มงวดตลอดเวลา
การใช้ Adult State หมายถึงการรู้ตัวว่า ตอนนี้ฉันกำลังสื่อสารจากภาวะไหน และเลือกตอบสนองอย่างมีสติ Adult State คือ
ใช้ข้อมูลก่อนอารมณ์
แยกคนออกจากปัญหา
กำหนดขอบเขตอย่างชัดเจนแต่ไม่ทำลายศักดิ์ศรี
รับผิดชอบอารมณ์ตัวเอง
ผู้นำที่คุม State ได้ จะไม่ต้องคุมคนแล้วเหนื่อยมาก
หากคุณอยากพัฒนาภาวะผู้นำให้ลึกขึ้น
การเรียนรู้ TA ไม่ใช่แค่จำคำว่า Parent-Adult-Child แต่คือการฝึกสังเกต Ego State ของตัวเองและผู้อื่นในสถานการณ์จริง และเข้าใจว่า Transaction แบบไหนกำลังเกิดขึ้น
ในคอร์ส หลักสูตร The Art of Influence จาก iSTRONG คุณจะได้ฝึก
วิเคราะห์ Ego State ของตัวเอง
อ่าน Transaction ในสถานการณ์ทำงาน
ฝึกตั้งขอบเขตจาก Adult State
เข้าใจ Life Position ที่ส่งผลต่อความมั่นคงภายใน
นี่คือทักษะที่ช่วยให้ทีมร่วมมือ เพราะเชื่อมั่น ไม่ใช่เพราะกลัว
สำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาทักษะในด้านนี้
สำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาผู้นำในระดับระบบ เราสามารถออกแบบ In-house Training เพื่อพัฒนาทักษะด้านจิตวิทยา ให้เหมาะกับบริบทของคุณโดยเฉพาะ โปรแกรมจะเน้นการฝึกปฏิบัติ วิเคราะห์เคสจริง และสร้างผู้นำที่มั่นคงทางภาวะจิต เพราะเราเชื่อว่าทีมที่แข็งแรง เริ่มจากผู้นำที่แข็งแกร่งและเข้าใจตัวเองก่อนผู้อื่น
iSTRONG Mental Health
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร
บริการของเรา
บุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5
คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U
องค์กร
บริการดูแลสุขภาพใจพนักงาน : https://cutt.ly/KtkKwjXg
ติดต่อ
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
