top of page

คุมทีมไม่ได้ ทีมไม่ฟัง เพราะผู้นำกำลังสลับ Ego State โดยไม่รู้ตัว


iSTRONG คุมทีมไม่ได้ ทีมไม่ฟัง เพราะผู้นำกำลังสลับ Ego State โดยไม่รู้ตัว

คุณเคยรู้สึกไหมว่า พูดไปแล้วแต่ทีมไม่ทำตาม ต้องตามงานซ้ำ ๆ หรือประชุมกันดีแล้วแต่พอทำจริงกลับไม่เหมือนที่ตกลง บางวันคุณรู้สึกว่าทีมไม่เกรงใจ พูดอะไรก็เหมือนไม่จริงจัง แต่บางวันกลับรู้สึกว่าทีมเงียบเกินไป ไม่มีใครกล้าเสนอความเห็นหรือโต้แย้ง


ทั้งที่คุณอยากให้เขาคิดเองมากขึ้น คุณอาจลองเข้มงวดขึ้น เสียงแข็งขึ้น เพื่อให้ทีมชัดเจน แต่บรรยากาศกลับตึงขึ้น หรือบางครั้งคุณพยายามอ่อนลง เป็นกันเองมากขึ้น แต่กลับรู้สึกว่ามาตรฐานเริ่มหลวมลง ความเหนื่อยของผู้นำจึงไม่ได้มาจากปริมาณงานอย่างเดียว


แต่มาจากความสับสนว่า “ตกลงฉันควรเป็นแบบไหนกันแน่” และคำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ทีม แต่อยู่ที่ภาวะจิตที่คุณกำลังสื่อออกไปโดยไม่รู้ตัว


Ego State คืออะไร และเกี่ยวอะไรกับการคุมทีม

ในศาสตร์ Transactional Analysis (TA) มนุษย์ทุกคนมี “ภาวะจิต” 3 แบบ เรียกว่า Ego State ได้แก่

  • Parent ภาวะที่สะท้อนกฎเกณฑ์ การควบคุม หรือการดูแลแบบผู้ใหญ่

  • Adult ภาวะที่ใช้เหตุผล ข้อมูล และความเป็นจริงในการตัดสินใจ

  • Child ภาวะที่มาจากอารมณ์ ความรู้สึก และความต้องการภายใน


ผู้นำทุกคนใช้ครบทั้ง 3 แบบ แต่ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเรา “สลับโดยไม่รู้ตัว” และถ้าเราใช้ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ เผลอใช้รูปแบบหนึ่งในสถานการณ์หนึ่ง ทีมจะไม่ได้ตอบสนองต่อคำสั่งอย่างเดียว แต่ตอบสนองต่อ Ego State ที่คุณกำลังส่งออกไปด้วย นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาขึ้น


ตัวอย่าง Case Study

Case ที่ 1 : เข้มงวดเกินไป จนทีมไม่กล้าเติบโต

ผู้จัดการคนหนึ่งมีมาตรฐานสูงมาก เวลาลูกทีมพลาด เขาจะชี้จุดผิดทันที ให้ลูกทีมแก้ให้ละเอียด และกำหนดวิธีทำงานอย่างชัดเจน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่เขาวางไว้ ห้ามผิดเด็ดขาด


มองเผิน ๆ เขาคิดว่ากำลังทำหน้าที่ผู้นำที่ดีในการนำทีม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทีมเริ่มระวังตัว ไม่กล้าตัดสินใจเองและรอคำสั่งมากกว่าคิดริเริ่มอะไรเอง


ในมุมทฤษฎี TA เขากำลังใช้รูปแบบ Critical Parent มากเกินไป ซึ่งเป็นรูปแบบของ Parent ที่เน้นการตัดสินและควบคุม ผลคือทีมใต้บังคับบัญชาเข้าสู่ Adapted Child ไปโดยอัตโนมัติ คือทีมจะทำตามอย่างเดียว ไม่อยากคิดหรือทำอะไรใหม่ นอกกรอบ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตำหนิ ทำให้ในทีมนี้ภาพรวมทีมดูเชื่อฟัง แต่ศักยภาพหรือความสัมพันธ์ที่แท้จริงจะถูกกดเอาไว้


Case ที่ 2 : เป็นกันเองเกินไป จนทีมไม่จริงจัง

ผู้นำคนหนึ่งอยากให้ทีมสบายใจ โดยเขาวางตัวเองให้ทีมรู้สึกเข้าถึงง่าย ไม่ใช้อำนาจ และไม่อยากให้ใครรู้สึกถูกกดดัน ซึ่งช่วงแรกบรรยากาศดีมาก เพราะความใจดีของเขา แต่ไม่นานงานเริ่มล่าช้า บางคนเริ่มต่อรอง Deadline มากขึ้น และบางครั้งไม่ได้รับผิดชอบเต็มที่ เพราะคิดว่าผ่อนผันได้


จากในกรณีนี้ ในในมุมทฤษฎี TA จะเห็นได้ว่าผู้นำใช้ Nurturing Parent (ผู้ใหญ่ที่ดูแลผู้อื่น) ผสมกับ Free Child (เป็นกันเอง อิสระ) มากเกินไป ดูเผิน ๆ เป็นรูปแบบที่ใจดี สร้างความสัมพันธ์ที่ดี แต่ในเนื้องานของทีมกลับจะยิ่งแย่ลง


เป็นเพราะว่าผู้นำคนนี้ขาด Adult State ที่กำหนดขอบเขตอย่างมั่นคง ขาดความชัดเจนในเรื่อง "งานต้องเป็นงาน ว่ากันด้วยเหตุผล" "ส่วนตัวหรือเล่น เป็นเล่น คือการรีแล็กซ์พักผ่อน" การที่ผู้นำไม่มี Adult อยู่ในตัวเลย ผลคือ ความสัมพันธ์ดีจริง แต่มาตรฐานการทำงานไม่มีประสิทธิภาพ


Case ที่ 3 : ผู้นำที่เปลี่ยนไปตามอารมณ์

ผู้นำอยู่คนหนึ่งมีนิสัยสลับไปมา คือบางวันนิ่ง บางวันมีเหตุผล แต่ในบางวันก็เสียงแข็งหรือประชดเมื่อเกิดความเครียดขึ้นมา ทีมจึงไม่แน่ใจว่าวันนี้ควรรับมือและสื่อสารแบบไหนกับผู้นำ


สิ่งนี้นี่คือการสลับ Ego State อย่างไม่รู้ตัว ระหว่าง Adult, Critical Parent และบางครั้งเป็น Reactive Child ซึ่งทีมที่ต้องคอยอ่านอารมณ์หัวหน้าลักษณะนี้ อาจจะต้องใช้พลังงานไปกับการเอาตัวรอดในการทำงาน มากกว่าการสร้างผลงานให้มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง


ทีมสะท้อนภาวะจิตของผู้นำ

ใน TA มีแนวคิดเรื่อง Transaction หรือรูปแบบการโต้ตอบระหว่าง Ego State

  • ถ้าผู้นำสื่อสารจาก Critical Parent ทีมมักตอบสนองจาก Adapted Child

  • ถ้าผู้นำสื่อสารจาก Adult ทีมมีแนวโน้มตอบกลับจาก Adult


นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางทีมโต บางทีมพึ่งพา ทั้งที่ความสามารถใกล้เคียงกัน


ผู้นำที่มั่นคง ไม่ได้แปลว่าเข้มงวดตลอดเวลา

การใช้ Adult State หมายถึงการรู้ตัวว่า ตอนนี้ฉันกำลังสื่อสารจากภาวะไหน และเลือกตอบสนองอย่างมีสติ Adult State คือ

  • ใช้ข้อมูลก่อนอารมณ์

  • แยกคนออกจากปัญหา

  • กำหนดขอบเขตอย่างชัดเจนแต่ไม่ทำลายศักดิ์ศรี

  • รับผิดชอบอารมณ์ตัวเอง


ผู้นำที่คุม State ได้ จะไม่ต้องคุมคนแล้วเหนื่อยมาก


หากคุณอยากพัฒนาภาวะผู้นำให้ลึกขึ้น

การเรียนรู้ TA ไม่ใช่แค่จำคำว่า Parent-Adult-Child แต่คือการฝึกสังเกต Ego State ของตัวเองและผู้อื่นในสถานการณ์จริง และเข้าใจว่า Transaction แบบไหนกำลังเกิดขึ้น

ในคอร์ส หลักสูตร The Art of Influence จาก iSTRONG คุณจะได้ฝึก

  • วิเคราะห์ Ego State ของตัวเอง

  • อ่าน Transaction ในสถานการณ์ทำงาน

  • ฝึกตั้งขอบเขตจาก Adult State

  • เข้าใจ Life Position ที่ส่งผลต่อความมั่นคงภายใน


นี่คือทักษะที่ช่วยให้ทีมร่วมมือ เพราะเชื่อมั่น ไม่ใช่เพราะกลัว


สำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาทักษะในด้านนี้

สำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาผู้นำในระดับระบบ เราสามารถออกแบบ In-house Training เพื่อพัฒนาทักษะด้านจิตวิทยา ให้เหมาะกับบริบทของคุณโดยเฉพาะ โปรแกรมจะเน้นการฝึกปฏิบัติ วิเคราะห์เคสจริง และสร้างผู้นำที่มั่นคงทางภาวะจิต เพราะเราเชื่อว่าทีมที่แข็งแรง เริ่มจากผู้นำที่แข็งแกร่งและเข้าใจตัวเองก่อนผู้อื่น

iSTRONG Mental Health

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร


บริการของเรา

บุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5

  • คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U

องค์กร


ติดต่อ

โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong



iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2025 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page