

ทำไมยิ่งอธิบาย ยิ่งไม่เข้าใจ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่เนื้อหา แต่อยู่ที่ “ภาวะ”
คุณเคยเจอไหมว่า คุณตั้งใจอธิบายอย่างชัดเจน ใช้เหตุผลครบถ้วน แต่ทีมกลับเข้าใจไปอีกแบบหนึ่ง บางครั้งคุณคิดว่าตัวเองพูดตรงไปตรงมาแล้ว แต่ลูกทีมกลับรู้สึกถูกตำหนิ บางครั้งคุณตั้งใจให้คำแนะนำ


คุมทีมไม่ได้ ทีมไม่ฟัง เพราะผู้นำกำลังสลับ Ego State โดยไม่รู้ตัว
คุณเคยรู้สึกไหมว่า พูดไปแล้วแต่ทีมไม่ทำตาม ต้องตามงานซ้ำ ๆ หรือประชุมกันดีแล้วแต่พอทำจริงกลับไม่เหมือนที่ตกลง บางวันคุณรู้สึกว่าทีมไม่เกรงใจ พูดอะไรก็เหมือนไม่จริงจัง แต่บางวันกลับรู้สึกว่าทีมเงียบเกินไป ไม่มีใครกล้าเสนอความเห็นหรือโต้แย้ง


ทำไมความขัดแย้งในองค์กรเกิดซ้ำ HR อาจกำลังติด “บทบาท” ที่กำหนดวงจรความขัดแย้ง
ในหลายองค์กร HR ทำหน้าที่เหมือนตัวกลางเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสื่อสารไม่เข้าใจ ความรู้สึกไม่ยุติธรรม หรือบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียด ปัญหาคือหลายครั้งแม้จะไกล่เกลี่ยแล้ว ทุกอย่างดูเหมือนจบ แต่ไม่นานรูปแบบเดิมก็กลับมาอีก เปลี่ยนแค่ตัวคน แต่ปัญหาเหมือนเดิม


หัวหน้า ที่ทีมไม่กล้าเถียง ทีมอาจไม่ได้เคารพ แต่กำลังรู้สึกกลัว
ในหลายองค์กร มีหัวหน้าจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกภูมิใจเวลาเข้าประชุมแล้วทีมเงียบ ไม่มีใครโต้แย้ง ไม่มีใครตั้งคำถามทุก เพราะดูเหมือนทุกอย่างดูราบรื่นงาน เดินเร็วตัดสินใจง่าย ดูเหมือนทีม “ให้เกียรติ” ดูเหมือนทีม “เชื่อฟัง”


ชีวิตเรากำลังไปทางไหน? เมื่อความหมายในงานเริ่มหาย และหาเป้าหมายในชีวิตไม่เจอ
หลายคนเรียกภาวะนี้ว่า Mid-career Void หรือ “หลุมอากาศกลางชีวิตการทำงาน” ไม่ถึงขั้น Burnout แต่ทำให้รู้สึกขาดแรงจูงใจอย่างบอกไม่ถูก และที่น่ากลัวคือ…ยิ่งเราพยายามไม่คิด ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังไหลไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีทิศทาง


เราโตมาแบบไหน มีแนวโน้มใช้แบบนั้นที่งาน เพราะความสัมพันธ์ในครอบครัว คือรากฐานการสื่อสารและทำงาน
ทำไมครอบครัวจึงเป็นโรงเรียนสอนทักษะจิตวิทยาที่สำคัญที่สุดของคนวัยทำงาน เพราะในทุกวันเราทำงานกับผู้คนมากมาย หัวหน้า, ลูกน้อง, เพื่อนร่วมทีม, ลูกค้า แต่หลายครั้งความตึงเครียด ความไม่เข้าใจ และช่องว่างในการสื่อสารกลับไม่ได้เกิดจาก “งาน” อย่างเดียว แท้จริงแล้วมันเริ่มจากบางอย่างที่เราพกมาจากบ้านโดยไม่รู้ตัว


เป็น HR ที่ “เข้าใจเขา รู้ใจเรา” เรียนรู้จิตวิทยาที่ทำให้ HR เข้าใจพนักงานมากกว่าเดิม
ทำไม HR ยุคนี้ถึง “เข้าใจคนยากขึ้นกว่าเดิม” แม้ HR จะทำงานกับคนทุกวัน แต่กลับเป็นตำแหน่งที่ “โดนเข้าใจผิดมากที่สุด” เช่นกัน หลายองค์กรยังเห็น HR เป็น “ฝ่ายบริษัท” ไม่ใช่ “ฝ่ายคนทำงาน” และนั่นทำให้ “ความจริง” ของพนักงานแทบไม่เคยถูกส่งต่อไปถึงผู้บริหารอย่างถูกต้อง เพราะพนักงานไม่เปิดใจ ในองค์กรของคุณลองสำรวจดูว่าคุณเคยเจอเหตุการณ์เหล่านี้บ้างไหม?


หัวหน้าที่ตั้งใจฟัง จะได้พลังจากทีม จิตวิทยาการฟังที่เปลี่ยนพลังทีมเวิร์ค
หัวหน้าที่คิดว่าตัวเอง “ฟังแล้ว” แต่ลูกน้องกลับรู้สึกว่า “ไม่กล้าพูด” บางครั้งแค่สีหน้าเล็กน้อย หรือคำพูดอย่าง “สรุปมาเลยละกัน” ก็เพียงพอที่จะทำให้ลูกน้องปิดใจ


เข้าใจตัวเอง = เข้าใจคนอื่น เรียนรู้จิตวิทยาความเข้าใจที่จะช่วยให้อะไรง่ายขึ้น
เมื่อความเหนื่อยในงาน...ไม่ใช่แค่งานที่ทำ คุณเคยรู้สึกไหมว่า “งานมันไม่หนักเท่าใจ” เหนื่อยจากการต้องเข้าใจคน ต้องแปลอารมณ์จากน้ำเสียงและสีหน้า ต้องควบคุมความรู้สึกไม่ให้ปะทะกับใคร บางวันแค่ประชุมหนึ่งชั่วโมงก็หมดพลังชีวิตแล้วที่จริง “คน” ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เราเหนื่อย แต่เพราะแต่ละคนต่างมี “ความรู้สึก” ที่ไม่ได้พูดออกมา


คนเราคุยกันด้วยคำพูด แต่เข้าใจกันด้วย “ภาวะจิต” เข้าใจจิตวิทยา TA เพื่อการสื่อสารที่ลึกซึ้ง
เคยไหมคะ? เวลาพูดกับใครบางคนแล้วรู้สึกว่า “อีกฝ่ายไม่เข้าใจเลย ทั้งที่เราก็พูดชัดเจน” หรือบางครั้ง แค่พูดคำเดิม ๆ แต่คนฟังก็โกรธ ทั้งที่เราไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น ในที่ทำงาน ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นทุกวัน
